Fw: โอกาส

 
 
 
 
Att00001

โอกาส The Duang
โอกาส The Duang
ผมสแกนมาจาก ขายหัวเราะ ประจำวันพุธที่ 11-17 มกราคม 2555
มีข้อคิดดีเลยเอามาฝาก

 
 
Att00002
 
 
Att00003
 
 
Att00004
 
 
Att00005
 
 
Att00006
 
 
Att00007
 
 
Att00008
 
 


Confidentiality & Disclaimer
                     The information contained in this e-mail may be confidential, proprietary and/or legally privileged. If you are not the intended recipient of this e-mail, please delete and destroy all copies immediately. Any review, dissemination, copy, retransmission, distribution or use of this e-mail in any form for any purpose is strictly prohibited. The sender accepted no responsibility for any miss transmission of, or interference with, this e-mail. Thank you.
 


Confidentiality & Disclaimer
                     The information contained in this e-mail may be confidential, proprietary and/or legally privileged. If you are not the intended recipient of this e-mail, please delete and destroy all copies immediately. Any review, dissemination, copy, retransmission, distribution or use of this e-mail in any form for any purpose is strictly prohibited. The sender accepted no responsibility for any miss transmission of, or interference with, this e-mail. Thank you.

ING DIRECT joins the Capital One team

---------- Forwarded message ----------
From: ING DIRECT <saver@ingdirect.com>
Date: Tue, Feb 21, 2012 at 1:56 PM
Subject: ING DIRECT joins the Capital One team
To: "CHARLIEWONGS@GMAIL.COM" <CHARLIEWONGS@gmail.com>


Dear Chartichai,
Customer Number:
XXXXXXX517

ING DIRECT logo
ING DIRECT Joins the Capital One Team...

In June, we let you know that we would soon have a new shareholder. On February 17, 2012, our parent company - ING Group - announced that ING DIRECT USA and ShareBuilder Corporation were officially purchased by Capital One. We are proud to bring these great companies together.

What's it mean for you today? It's business as usual. You'll still be able to access your account online, view balances, pay bills - everything that you were able to do yesterday. And rest assured, your bank deposits are still safe and FDIC-insured.

What else can you expect?

  • For starters, coming this spring, you'll have access to CheckMate, our new remote deposit service. You can deposit checks directly into your ING DIRECT accounts anywhere from your computer or the ING DIRECT mobile app.
  • If you use Electric Orange checking or MONEY, you'll be able to withdraw cash at any of Capital One's over 2,000 fee-free ATMs - that's in addition to the 35,000 free Allpoint ATMs you can currently access.

What's it mean for you down the road? As part of the Capital One team, we remain committed to offering innovative products and maintaining the same Customer service and experience you've come to expect while saving you time and money.

As always, thanks for being part of America's favorite place to save.

P.S. For more information, visit our Customer Information Center.

ING DIRECT ORANGE BALL
Member FDIC - Equal Housing Lender

ShareBuilder is a service of ING DIRECT Investing, Inc. Securities products are offered by ING DIRECT Investing, Inc., a registered broker-dealer and Member FINRA (www.finra.org) / SIPC (www.sipc.org). ING DIRECT Investing, Inc., is a subsidiary of ING Bank, fsb.

Securities products are: Not FDIC insured - Not Bank guaranteed - May lose value

ING DIRECT's emails always show your first name and the last three digits of your Customer Number. If you don't see those two items at the top, don't respond, don't click. Just delete. Learn more at ingdirect.com/securityzone

Replies to this email end up in a black hole. If you need to reach us, email us at sales@ingdirect.com. Thanks.

ING DIRECT

1 South Orange Street

Wilmington DE 19801

ล้มละลาย

ล้มละลาย
โดย สยามมีเดีย นิวส์11 กุมภาพันธ์ 2554

โดย.. จรินทร ทานัชฌาสัย


ตัวอย่างคำถามในวันเฮียริ่ง
ในการทำล้มละลาย หลังจากที่ลูกหนี้ได้ยื่นข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้ และค่าใช้จ่ายของตนต่อศาลล้มละลายแล้ว ประมาณ 1 เดือนหลังจากนั้น ลูกหนี้จะต้องไปเฮียริ่งเพื่อตอบคำถามต่อทรัสตี ทรัสตีคือคนที่ศาลแต่งตั้งให้พิจารณาสถานะด้านการเงินของลูกหนี้ เพื่อตรวจสอบว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินหรือรายได้ที่จะสามารถเหลือนำมาแจกจ่ายคืนให้แก่เจ้าหนี้บ้างหรือไม่ ขบวนการเฮียริ่งนี้เรียกว่า การนัดพบของเจ้าหนี้ (Meeting of creditors) เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้ได้มีโอกาสซักถามคำถามจากลูกหนี้ โดยทั่วไปเจ้าหนี้บัตรเครดิตจะไม่มาเพราะไม่มีประโยชน์ จะมีเฉพาะเจ้าหนี้ส่วนตัวหรือเจ้าหนี้ที่ถูกโกงที่อาจจะมาซักปากคำลูกหนี้

ในวันเฮียริ่ง ทรัสตีจะตรวจสอบบัตรประจำตัว ได้แก่ ใบขับขี่ หรือบัตรประจำตัว หรือพาสปอร์ต และจะตรวจสอบหมายเลขโซเชียลจากบัตรโซเชียล และจะซักถามปากคำของลูกหนี้ ตัวอย่างคำถามมีดังนี้

1.กรุณาบอกชื่อและที่อยู่ของคุณ 
2.คุณได้เซ็นต์ชื่อในเอกสารที่คุณได้ยื่นต่อศาล ใช่หรือไม่ 
3.คุณได้อ่านและตรวจสอบเอกสารก่อนที่คุณจะเซ็นต์ชื่อ ใช่หรือไม่
4.คุณเข้าใจข้อมูลที่แสดงในเอกสารที่คุณได้ยื่นต่อศาล  ใช่หรือไม่
5.ข้อมูลในเอกสารที่คุณได้ยื่นต่อศาล ถูกต้องและเป็นความจริงทั้งหมด ใช่หรือไม่
6.มีข้อผิดพลาดหรือข้อตกหล่นที่คุณต้องการแก้ไขในตอนนี้หรือไม่
7.คุณได้เปิดเผยทรัพย์สินทั้งหมดของคุณ ใช่หรือไม่
8.คุณได้แสดงรายการหนี้สินที่คุณเป็นหนี้ทั้งหมด ใช่หรือไม่
9.คุณเคยยื่นทำล้มละลายมาก่อนหรือไม่
10.ปัจจุบันคุณทำงานที่ไหน
11.สำเนาใบเสียภาษีที่คุณได้ให้แก่ทรัสตีนี้เป็นสำเนาที่ถูกต้องของใบเสียภาษีที่คุณได้ยื่นต่อ IRS ใช่หรือไม่
12.คุณติดค้างค่าเลี้ยงดูบุตร หรือค่าเลี้ยงดูคู่สมรส หรือไม่ ถ้าคุณติดค้างค่าเลี้ยงดู คุณจะต้องแจ้งชื่อและที่อยู่ของบุคคลดังกล่าวให้ทรัสตีทราบ
13.คุณได้อ่านข้อมูลเกี่ยวกับผลของการทำล้มละลาย (ใบปลิวสีเขียว) หรือไม่ ในห้องเฮียริ่ง จะมีใบปลิวสีเขียวที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับผลของการทำล้มละลายแจกให้แก่ลูกหนี้ ลูกหนี้ทุกคนจะต้องอ่านใบปลิวดังกล่าว
14.คุณมีบ้านหรือไม่

14.1 ถ้าคุณมีบ้าน คุณซื้อบ้านมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ซื้อมาในราคาเท่าไหร่ ยังค้างธนาคารอยู่อีกเท่าไหร่ คุณประมาณว่าราคาตลาดในปัจจุบันของบ้านมีราคาเท่าไหร่ ราคาตลาดที่คุณได้บอกมานั้นคุณทราบหรือมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณามาจากไหน

14.2 ถ้าคุณเช้าบ้านอยู่ คุณเคยเป็นเจ้าของบ้านที่คุณเช่าหรือไม่ หรือคุณได้เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของบ้านหรือไม่

15.คุณเคยโอนทรัพย์สินให้แก่ใครก็ตามในระหว่าง 4 ปีที่ผ่านมาหรือไม่ ถ้าคุณเคยโอนทรัพย์สินให้แก่ผู้อื่น, ทรัพย์สินอะไร ให้แก่ใคร คุณได้รับค่าตอบแทนกลับคืนหรือไม่ ถ้าคุณได้เงินหรือค่าตอบแทน เงินอยู่ที่ไหน หรือคุณเอาเงินไปใช้ทำอะไร
16.คุณมีทรัพย์สินที่ใส่ชื่อผู้อื่น หรือให้ผู้อื่นถือทรัพย์สินไว้ให้แก่คุณหรือไม่ ถ้ามี, ใคร, ทรัพย์สินอะไร มูลค่าเท่าไหร่
17.คุณกำลังฟ้องร้องใครอยู่หรือเปล่า
18.คุณเป็นผู้รับผลประโยชน์จากประกันชีวิตของผู้อื่นหรือไม่
19.คุณเป็นผู้รับผลประโยชน์จากกองมรดกของผู้อื่นที่เสียชีวิตลงหรือไม่ (ถ้าคุณได้รับมรดกหรือได้เงิน เช่น ถูกลอตโตรี่ ภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ยื่นทำล้มละลาย เงินดังกล่าวทรัสตีจะนำไปชำระคืนให้แก่เจ้าหนี้ ที่เหลือจึงจะคืนให้แก่คุณ)
20.มีใครติดค้างเงินแก่คุณบ้างไหม
21.ในเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา คุณจ่ายเงินให้แก่ใครบ้างในจำนวนที่มากเกินกว่า $600 
22.คุณมีเงินฝากธนาคารหรือไม่ ธนาคารไหน สาขาไหน ณ วันที่คุณยื่นทำล้มละลายบัญชีดังกล่าวมียอดคงเหลือเท่าไหร่
23.คุณมีตู้เซฟที่ธนาคารหรือไม่ มีอะไรอยู่ในตู้เซฟ
24.คุณมีรถหรือไม่ รถยี่ห้ออะไร ปีไหน มูลค่าเท่าไหร่ ยังผ่อนอยู่หรือเปล่า
25.คุณมีประกันชีวิตแบบที่สะสมมูลค่า (cash value life insurance) หรือไม่ ถ้ามี, บริษัทไหน วงเงินเท่าไหร่ มูลค่าปัจจุบันเท่าไหร่ ใครเป็นผู้รับประโยชน์
26.ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาคุณเคยทำธุรกิจหรือไม่ ในกรณีของคุณที่เคยทำธุรกิจมาก่อน ทรัสตีอาจจะของบการเงิน ใบเสียภาษี บัญชีเงินฝากธนาคารของธุรกิจ, รายการของลูกหนี้ที่ยังค้างชำระ อุปกรณ์ของใช้ของธุรกิจ และรายการของสินค้าคงเหลือ

เตรียมตั้งธนาคารชุมชนเป็นแหล่งทุนธุรกิจไทย

เตรียมตั้งธนาคารชุมชนเป็นแหล่งทุนธุรกิจไทย


แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : เตรียมเสนอรัฐบาลไทยสนับสนุนการจัดตั้ง “ธนาคารชุมชน” ของคนไทยในแอลเอ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับพัฒนาธุรกิจไทยให้เติบโต

         เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2011 นายดำรง ใคร่ครวญ กงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส ได้จัดแถลงถึงแผนงานประจำปี 2011 ของสถานกงสุลใหญ่ฯ ที่บ้านพักถนนลาร์ชมอนท์ โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญที่มีการพูดถึงคือการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนไทยในเขตอาณา โดยการจัดตั้งธนาคารชุมชน หรือ

 Community Bank ซึ่งเป็นธนาคารขนาดเล็ก สำหรับเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับพัฒนาธุรกิจของคนไทยในสหรัฐฯ

          โดยกงสุลใหญ่ฯ กล่าวว่า นักธุรกิจหรือผู้สนใจลงทุนทำธุรกิจเป็นจำนวนมาก ที่ไม่สามารถใช้บริการเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้ เพราะขาดคุณสมบัติบางประการ ขณะเดียวกัน ธนาคารของไทยซึ่งมีสาขาในลอส แอนเจลิส เช่น ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย ก็สามารถให้บริการได้เต็มรูปแบบ เช่นไม่สามารถรับฝากเงินได้ เนื่องจากมีลักษณะบางประการที่ไม่ผ่านหลักเกณฑ์ของสหรัฐฯ จึงไม่สามารถรองรับปัญหาของนักธุรกิจไทยได้ ดังนั้น ตนจึงคิดว่าหากชุมชนไทยสามารถมีธนาคารชุมชนเป็นของตัวเองก็จะมีบทบาทอย่างมากในการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนไทยได้

           “เอาตั้งแต่มีคนพูดไทยในแบงก์ ซึ่งหาไม่ได้ในแบงก์อื่น ก็ง่ายกว่า สองก็คือว่า นี่คือธนาคารที่ตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมธุรกิจของคนไทยโดยเฉพาะ ดีกว่าเราไปหาแบงก์อเมริกัน แล้วเขามองเราด้วยหางตา ไม่สนใจ สามคือแบงก์นี้ไม่ได้แข่งขันเพื่อแย่งนักธุรกิจรายใหญ่แบบคุณเอนก (พลอยแสงงาม) คุณดอน จิว แต่จะแย่งคนที่ตลาดรองลงมา ซึ่งก็หาไม่ได้แล้วในระบบแบงก์อเมริกัน จุดต่างจะอยู่ตรงนี้ ถามว่าอัตราดอกเบี้ยถูกกว่าไหม ถ้าใครศึกษาเรื่องไมโครเครดิตก็จะทราบว่ายิ่งธนาคารยิ่งเล็ก ดอกเบี้ยไม่ได้ถูกลง แต่จะมีเครดิตที่ง่ายขึ้น มีความเป็นส่วนตัว มีความเป็นเพื่อนมากขึ้น”

           นายดำรง ใคร่ครวญ กล่าวด้วยว่า ตนได้ปรึกษาหารือถึงความเป็นไปได้ของการตั้งธนาคารชุมชนกับนายแกรี่ สตีเว่น ฟินด์เล่ย์ ประธานบริษัทแกรี่ สตีเว่น ฟินด์เล่ย์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธนาคารและการเงิน เมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ทำให้ทราบถึงรายละเอียดต่างๆ รวมถึงขั้นตอนวิธีการต่างๆ เพื่อนำเสนอขอความเห็นชอบต่อกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับความเห็นชอบและสนับสนุนจากรัฐบาลไทยด้วยดี

           “เป็นนโยบายของรัฐบาลไทยที่จะสนับสนุนธุรกิจของคนไทย ทั้งในและต่างประเทศ ต้องสนับสนุนธุรกิจคนไทยในต่างประเทศ ก็เพราะหนึ่ง คนเหล่านี้แหละ คือผู้สั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยรายหลักๆ คนเหล่านี้ถ้าเข้มแข็ง ก็เป็นการสนับสนุนการส่งออกของประเทศไทย มีผลพลอยได้ต่างๆ มากมาย เพราะฉะนั้นเขาก็ควรให้ความสนใจ สอง ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทย ในการทำให้ชุมชนเราเข้มแข็ง ซึ่งเรื่องทางการเงินก็จะนำไปสู่จุดนั้น สาม รัฐบาลไทย ที่ผ่านมาก็เคยพูดเรื่องนี้มาโดยตลอด ผู้ใหญ่หลายท่าน โดยเฉพาะรัฐมนตรีอุตสาหกรรม ซึ่งดูแลเอสเอ็มอีแบงก์ ดูแลบีโอไอ ก็ตระหนักถึงเรื่องนี้ดี”

           กงสุลใหญ่ฯ กล่าวด้วยว่าหากมีการสนับสนุนให้เอสเอ็มอีแบงก์ (ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย) หรือเอ็กซิมแบงก์ (ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย) ให้เข้ามาลงทุนเปิดสาขาที่นี่ก็จะเป็นการดี เพราะมีรากฐานที่มั่นคง ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงและมีบุคลากรที่มีความสามารถอยู่แล้ว และที่สำคัญคือเป็นเหมือนหลักประกันว่ารัฐบาลจะสนับสนุนโครงการนี้ในระยะยาวด้วย

           “วันนี้ผมไปนั่งคุยกับคุณวิลเลี่ยม เลา ซีอีโอของอีสเทิร์น อินเตอร์เนชั่นแนล แบงก์ ซึ่งเป็นคอมมูนิตีแบงก์ของจีน เขาบอกว่า  การที่ Federal Reserve จะอนุญาตให้มีการซื้อขายแบงก์ได้หรือไม่ เขาจะต้องดูว่าเงินที่เอามาใช้เป็นเงินสะอาดบริสุทธิ์หรือไม่ มาจากไหน สองคือองค์ประกอบของบอร์ดเป็นอย่างไร สามคือมีmanagement ไหม เรื่อง management เป็นเรื่องใหญ่ ของชุมชนเรา เพราะผมดูแล้วยังไม่เห็นใครที่มีความสามารถบริหารจัดการแบงก์ประเภทอย่างนี้ ก็เลยคิดว่าถ้าเราสามารถดึงเอสเอ็มอีแบงก์ ซึ่งเขามีทักษะในด้านนี้มาได้ก็จะดีกว่า จะเป็นแบงก์กรุงไทย เอสเอ็มอี หรือเอ็กซิมแบงก์ หนึ่งในสามนี่ จะมี mandate ใกล้เคียงกันในเรื่องอุดหนุนธุรกิจคนไทยต่างประเทศ แต่จะดีที่สุดคือเอสเอ็มอี และเอสเอ็มอีก็เคยมาศึกษาข้อมูลเบื้องต้นไปแล้ว เพราะเคยคิดจะมา แต่ถ้าเขามาเองก็จะเจอปัญหาเดียวกับกรุงไทยและกสิกรไทยอีก เรากำลังเสนอสูตรที่ทำให้เขามาได้ คือเรื่องการถือหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือ พวกเราที่นี่เป็นผู้ถือกันคนละ 10 เปอร์เซ็นต์ 8 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ถือหุ้นรายย่อย แต่อยู่ในบอร์ดได้”

          กงสุลใหญ่ฯ กล่าวว่า จากการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ทราบว่าหากจะตั้งธนาคารที่มีความมั่นคงปลอดภัย ต้องลงเงินประมาณ 15-20 ล้านดอลลาร์ หากเงินทุนครึ่งหนึ่งมาจากรัฐบาลไทย ที่เหลืออีกประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ก็น่าจะมาจากการกระจายหุ้นที่นี่

           “สมมติหุ้นละหมื่นก็พันหุ้น พันหุ้นผมว่าไม่น่าจะเกินวิสัยของพวกเราที่นี่ นักธุรกิจของเราที่นี่ขณะนี้ก็พร้อมแล้วที่จะลง 2-3 ล้าน คนเดียวนะ ถ้าเราหาคนอย่างนี้ได้สัก 8-10 คน ผมคิดว่าสิบล้านเหรียญ ในท้องถิ่นนี่ หาได้ ผมค่อนข้างจะมีความหวังในทางดีว่าเรื่องนี้ไม่เกินความสามารถของชุมชนเรา”

           ในส่วนของขั้นตอนการเตรียมงานนั้น กงสุลใหญ่ฯ กล่าวว่าจะต้องใช้บริการของบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งขณะนี้ตนกำลังพิจารณารายชื่อและคุณสมบัติของบริษัทที่ปรึกษา รวมถึงพิจารณาถึงค่าธรรมเนียมเบื้องต้น ซึ่งตนเห็นว่าน่าจะเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลไทย

           “ผมดูๆ แล้ว ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษามีตั้งแต่หมื่นเหรียญถึงสองแสนห้าหมื่นหรียญ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้บริการอะไรเขาบ้าง ถ้าเราเพียงแค่ให้เขาเป็นที่ปรึกษาในกระบวนการที่เราจะไปซื้อหุ้นบางส่วนของคอมมูนิตีแบงก์ที่มีอยู่แล้ว ก็แค่หมื่นเหรียญ แต่ถ้าเราจะเทคโอเวอร์ทั้งธนาคาร ทั้งกระบวนการ จะสูงสุดที่ 250,000 เหรียญ คือราคามันจะลดหลั่นลงมา ขึ้นอยู่กับแบงก์เล็กแบงก์ใหญ่ กระบวนการซับซ้อนขนาดไหน จริงๆ แล้ว สองแสนห้าหมื่นนี่ ไม่เยอะหรอก สองแสนเหรียญก็ประมาณหกล้านบาท พูดถึงนโยบาย เรื่องโพลิซี แค่หกล้านบาทถือว่าเป็นเงินนิดเดียว”

            กงสุลใหญ่ฯ กล่าวด้วยว่าหากศึกษาข้อมูลครบถ้วนแล้ว ก็จะตั้งเรื่องเข้าไป โดยตนตั้งใจมอบให้เป็นหน้าที่ของสภาหอการค้าไทยอเมริกันแห่งแคลิฟอร์เนีย เป็นคนเสนอถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนของภาคธุรกิจของคนไทยในอเมริกา เพื่อให้นายกรัฐมนตรี สั่งการไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป

            เมื่อถามถึงลักษณะของการบริหารงาน เช่นกลุ่มลูกค้าของธนาคาร กงสุลใหญ่ฯ กล่าวว่าถ้าจะให้อยู่รอด ธนาคารชุมชนของไทย จะต้องมองตลาดที่เป็น Multi-ethnics หรือชนกลุ่มน้อยหลายๆ เชื้อชาติ

            “ตลาดคนไทยเราเล็กเกินไป แม้กระทั่งจีนยังไม่รอดเลยถ้าจะจำกัดเฉพาะลูกค้าคนจีน จะต้องเป็นส่วนผสมของหลายกลุ่ม ผมว่าเราสามารถเกาะกลุ่มเขมร ลาว ม้ง เวียดนามบางส่วน หรือกระทั่งฟิลิปปินส์ เพราะเขายังไม่มีคอมมูนิตีแบงก์เลยนะ ขนาดเป็นชุมชนที่ใหญ่มาก ผมว่าเราเอาตลาดนี้ก็ยังมีช่องทางอีกเยอะ แต่จะไปตลาดเกาหลี ญี่ปุ่น คงยาก เพราะว่าเขามีคอมมูนิตีแบงก์ของเขาเองเยอะมาก และสันทัดจัดเจนมาก พูดได้ว่า ชุมชนเกาหลีเติบโตอย่างที่เห็น ก็เป็นส่วนมาจากการมีคอมมูนิตีแบงก์ของเขาเอง” กงสุลใหญ่ฯ กล่าว และว่าชุมชนจีนในลอส แอนเจลิส มีธนาคารชุมชนขนาดใหญ่ มีทุนจดทะเบียนประมาณ 15 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปประมาณ 5 แห่ง ส่วนของชุมชนเกาหลีมีประมาณ 16 แห่ง บางแห่ง เช่นฮันมิแบงก์ หรือ นาร่าแบงก์ มีเงินทุนสูงถึง 6-7 พันล้านดอลลาร์

             “ชุมชนเราจะเติบโตหรือไม่ เราต้องการสามอย่าง หนึ่งคือเราต้องมีความคิด ว่าเราจะทำอะไร สองต้องมีเงินหรือไม่ ที่จะทำความคิดให้มันบรรลุผล และสาม เรามีคนที่มีความสามารถหรือเปล่า ความคิดน่ะเรามีเยอะแยะ แต่เงินเราไม่มี คนก็มีในบางส่วน แต่บางส่วนก็ไม่มีเลย สิ่งที่เราจะอุดช่องว่างได้ก็คือส่วนที่สอง” กงสุลใหญ่ฯ กล่าว และว่าแนวคิดเรื่องการจัดตั้งธนาคารชุมชนนี้ แม้จะมั่นใจว่าได้รับความสนับสนุนจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลไทยอย่างแน่นอน แต่หากได้รับแรงสนับสนุนจากชุมชน ทั้งส่วนราชการ ประชาชน รวมถึงสื่อมวลชน ก็จะเป็นการกระตุ้นให้ประสบความสำเร็จเร็วขึ้น.


http://www.siamtownus.com/main/New-1101000063-1.aspx

ภูมิอินท์ ผาผุยแถลงการณ์ "ถอนตัว"

ทีมผู้สมัครนายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ หมายเลข 2

 ผมนายภูมิอินท์(ณรงค์) ผาผุย และทีมงาน 5 คน ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการสมัครรับเลือกตั้งนายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2553 บนเวทีการอภิปรายโต้แย้งที่วัดไทยลอส แอนเจลิส ก่อนที่การดีเบทจะมีขึ้น เหตุผลที่ผมและทีมงานถอนตัวมีดังนี้

 ข้อ 1.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ก.ก.ต.)สมาคมไทยฯได้ประกาศสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม - 24 พฤศจิกายน 2553 ผมและทีมงานตัดสินใจยื่นใบสมัครวันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 พร้อมด้วยเงินค่าสมัคร 500 ดอลลาร์ โดยกรอกรายละเอียดอย่างถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ

 ข้อ 2.ต่อมาคณะกรรมการได้ออกระเบียบเพิ่มเติม 6 ข้อเกี่ยวกับการหาเสียงของผู้สมัครดังนี้  

1.ผู้ลงสมัครจะหาเสียงได้ เมื่อได้ยื่นใบสมัครและได้รับหมายเลขเพื่อนำไปหาเสียงได้

 2.ห้ามนำเรื่องส่วนตัวของผู้ลงสมัครท่านอื่นๆมากล่าวร้ายซึ่งกันและกัน

 3.ห้ามนำสมาคมไทยฯไปกล่าวโจมตี เพื่อการหาเสียงให้ตนเอง

 4.ห้ามแจกใบปลิว,ติดป้ายหาเสียงหรือแจกของตอบแทนต่างๆบริเวณวัดไทยฯในวันเลือกตั้ง

 5.ห้ามตัวแทนของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ที่อยู่ในบริเวณเลือกตั้งชี้แนะผู้ลงคะแนนเสียง

 6.ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงในการหาเสียง ในและรอบบริเวณวัดไทยฯ

  คณะกรรมการเลือกตั้งได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งจะต้องได้รับการลงมติรับรองโดยเสียงส่วนใหญ่จากคณะกรรมการเลือกตั้ง จึงจะมีผลอย่างสมบูรณ์

 ผมมีข้อโต้แย้งดังนี้

1.ผมเห็นว่าคณะก.ก.ต.ต้องวางระเบียบกฎเกณฑ์ให้เรียบร้อยก่อนเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2553 ตามหลักสากลของการเลือกตั้งทั่วโลก ไม่ใช่ออกกฎเกณฑ์หลังจากรับสมัครไปแล้ว 2 ราย

2.ผมยอมรับว่าได้มีการหาเสียงล่วงหน้าก่อนวันรับสมัครจริง แต่การหาเสียงล่วงหน้าก็ไม่น่าจะเป็นความผิดเพราะประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกก็หาเสียงล่วงหน้าอยู่แล้ว ดังเช่นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2012 พรรคการเมืองต่างระดมทุนเพื่อเตรียมไว้เลือกตั้งแต่เนิ่นๆ ผมถือว่าการระดมทุนหนักกว่าการหาเสียงเสียอีก แต่ไม่เห็นมีความผิดใด

3.สมมติว่าผมได้รับการเลือกตั้งในวันที่ 19 ธันวาคม 2553 ผมอาจจะไม่ได้รับการชี้ขาดให้เป็นนายกสมาคมไทยฯก็ได้เพราะมีเหตุผลว่าผู้สมัครที่ได้รับเลือกตั้งจะต้องได้รับการลงมติรับรองโดยเสียงส่วนใหญ่จากคณะกรรมการเลือกตั้ง จึงจะมีผลอย่างสมบูรณ์ เพราะก.ต.ต.อาจแย้งว่าผมทำผิดกฎที่ไปหาเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับผมเองเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2553 ผมไปงานทอดกฐินวัดโพธิวารีรังสฤษฎ์ คุณสุรศักดิ์ วงศ์ข้าหลวง ประธานก.ก.ต.บอกว่าผมทำผิดกฎเพราะยังไม่ได้สมัครจึงหาเสียงไม่ได้ อีกสัปดาห์ถัดมาผมได้พบกับคุณสมชาย ไทยทัน ประธานกรรมการบอร์ดสมาคมไทยฯก็บอกกับผมว่าผมทำผิดกฎการเลือกตั้งเพราะยังไม่ได้สมัครไม่มีเบอร์จึงหาเสียงไม่ได้

ข้อ 3.การประกาศเพิ่มสถานที่ลงคะแนนเสียงจากเดิมมีเพียงวัดไทยแห่งเดียว แต่คณะก.ก.ต.เพิ่มวัดป่าธรรมชาติเข้ามาอีก 1 แห่ง เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้จะไปลงคะแนนเสียง

ในเรื่องนี้ผมเห็นว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเพิ่มจุดลงคะแนนเสียง การเลือกตั้งก่อนหน้านี้ก็เคยมีการกำหนดให้ลงคะแนนเสียงได้ถึง 4 แห่ง แต่สิ่งที่แปลกนั้นผมเห็นว่าคณะก.ก.ต.ทำงานหละหลวม กล่าวคือเมื่อมีผู้สมัครลงครบตามกำหนดวันประกาศรับสมัครวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 แล้ว หากทางก.ก.ต.จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ จะต้องเชิญผู้สมัครทั้ง 4 คนไปปรึกษาหารือเสียก่อนที่จะประกาศออกมา เพราะผู้สมัครทั้ง 4 คนมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงต่อการลงคะแนนเสียงครั้งนี้

ตัวอย่างเช่นผู้สมัครหลายคนได้ลงโฆษณาตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่าให้ไปลงคะแนนเสียงที่วัดไทยลอส แอนเจลิสวันที่ 19 ธันวาคม 2553 เมื่อมีการเพิ่มเติมเข้ามาผู้สมัครเหล่านั้นจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมเขตลงคะแนนเข้าไปอีก นอกจากนี้มาตรการที่จะมารองรับการลงคะแนนเสียงทั้ง 2 แห่งจะทำอย่างไร เช่นนายหรรษา ไปลงคะแนนเสียงที่วัดป่าธรรมชาติช่วงเช้า ต่อมาช่วงบ่ายขับรถไปลงคะแนนเสียงอีกที่วัดไทย บัตรคะแนนเหล่านี้จะต้องเป็นโมฆะรวมทั้งควบคุมไม่ได้ คณะก.ก.ต.ได้คิดถึงเรื่องนี้หรือไม่

ข้อ 4. เมื่อผมไม่ได้รับความเป็นธรรมผมจึงขอถอนตัว และต้องการเงินค่าสมัครคืน 500 ดอลลาร์

สิ่งที่ผมออกแถลงการณ์มาครั้งนี้เพื่อให้คนไทยทุกคนเกิดความเข้าใจในตัวผมว่าผมมีความวิตกกังวลอย่างไรบ้างกับการทำงานของก.ก.ต.ชุดนี้

ขอแสดงความนับถือ

นายภูมิอินท์(ณรงค์)ผาผุย

นางจรรยา โซลแมน 

นางประกายทิพย์ มาลากุล ณ อยุธยา  

นายกุศล เฟื่อขุนทด 

นางพราวตา ดาราเรือง 

นางธีรา เอมเปรมศิลป์

(หมายเหตุบ.ก.- เราได้รับแถลงการณ์จากคุณภูมิอินท์ ผาผุย ให้ช่วยลงจะได้ชี้แจงเหตุผลของการถอนตัวครั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่วัดไทยแอล.เอ.เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม เราไม่ได้มีการตัดต่อข้อความใดๆจากแถลงการณ์ฉบับนี้ หากคณะกรรมการเลือกตั้งสมาคมไทยฯจะชี้แจงตอบเราก็ยินดีที่จะนำลงให้ในฉบับต่อไป )

http://www.apacnews.net/newspages1_2010/debate514.htm

อธิบดี'จักร'ยืนยันต้นปีหน้า ทำบัตรประชาชนได้ที่กงสุล

อธิบดี‘จักร’ยืนยันต้นปีหน้า ทำบัตรประชาชนได้ที่กงสุล


แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : จักร บุญ-หลง นำทีมข้าราชการมหาดไทยและต่างประเทศ ดูความเป็นไปได้ในการอำนวยความสะดวกให้คนไทยในต่างประเทศเรื่องให้บริการทำบัตรประชาชนที่สถานกงสุลฯ พร้อมกระตุ้นคนไทยลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ทั้งเพื่อแสดงออกถึงจิตสำนึกทางการเมือง และเพื่อส่งเสียงให้รัฐบาลเห็นถึงความเป็นปึกแผ่นของคนไทยในต่างแดน อันจะนำมาซึ่งสวัสดิการในด้านอื่นๆ

                  จักร บุญ-หลง อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งนำคณะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางมายังนครลอส แอนเจลิส เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในด้านต่างๆ รวมถึงความเป็นไปได้ในการที่จะให้สถานกงสุลฯ รับคำร้องทำบัตรประชาชนไทย ซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับชุมชนไทยในต่างแดน ได้ให้สัมภาษณ์สยามทาวน์ฯ หลังจากเสร็จการแถลงข่าวและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่สถานกงสุลใหญ่ ลอส แอนเจลิส เมื่อวันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

                  โดยอธิบดีกรมการกงสุล กล่าวว่าตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวไทยในเขตอาณาหลายราย ระหว่างดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส ว่าอยากให้สถานกงสุลใหญ่ฯ รับคำร้องขอทำบัตรประชาชน เพราะการเดินทางไปยื่นคำร้องด้วยตัวเองที่ประเทศไทย เป็นเรื่องที่ไม่สะดวก

                   “พอกลับไปก็ไปดูว่ามีช่องทางอย่างไร ล่าสุด ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศก็ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย บอกว่าอยากขอให้สถานกงสุลฯ รับคำร้องทำบัตรประชาชนได้ไหม เราไม่ได้เอาอำนาจของมหาดไทยมา เราเป็นเพียงแค่คนรับคำร้อง แล้วก็ส่งข้อมูลคำร้องไปยังสำนักงานทะเบียนราษฎร์ของกระทรวงมหาดไทย เขาก็ผลิตบัตรประชาชนแล้วส่งกลับคืนมาให้ ก็เท่านั้น” อดีตกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส กล่าว และว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เห็นชอบในหลักการ และให้เจ้าหน้าที่ คือ นายวีนัส สีสุข หัวหน้าฝ่ายทะเบียนราษฎร์ เดินทางมาศึกษาดูงานว่าสามารถจะทำได้หรือไม่

                    “ในทางเทคนิคนั้น วันนี้ก็มาดูกันแล้วว่าการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังสำนักงานทะเบียนราษฎร์นั้น มันน่าจะทำได้ อาจจะมีการปรับปรุงอุปกรณ์อะไรนิดหน่อย แต่ไม่น่าจะมีปัญหา ทีนี้ก็เหลือในประเด็นข้อกฎหมาย เพราะกฎกระทรวงมหาดไทยกำหนดให้เจ้าหน้าที่รับคำร้องขอทำบัตรประชาชน จะต้องเป็นคนของมหาดไทยเท่านั้น ซึ่งตรงนี้กลับไปก็คงจะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงว่าขอให้เจ้าหน้าที่ของสถานทูต สถานกงสุล เป็นคนรับคำร้องได้ด้วย”

                    ทั้งนี้ อธิบดีกรมการกงสุลกล่าวด้วยว่า การแก้ไขกฎกระทรวงไม่ใช่เรื่องใหญ่ ดังนั้นหากไม่มีอะไรผิดพลาด เชื่อว่าทางสถานกงสุลใหญ่ฯ จะสามารถให้บริการรับคำร้องขอทำบัตรประชาชนให้กับชาวไทยในเขตอาณาได้ภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2011

อธิบดีกรมการกงสุลกล่าวด้วยว่า นอกจากการรับคำร้องขอทำบัตรประชาชนแล้ว ยังมีการพูดถึงการรับจดทะเบียนสมรสและจดทะเบียนหย่าให้กับชาวไทยในเขตอาณาด้วย

                  “ที่ผ่านมา สถานกงสุลทำได้แค่ออกใบเกิดกับมรณบัตร แต่แต่งกับหย่าเรายังทำไม่ได้ ซึ่งโดยหลักการแล้วเราก็น่าจะทำได้ เพราะเดี๋ยวนี้เทคโนโลยี การเชื่อมต่อข้อมูลต่างๆ มันก้าวไปไกลมากแล้ว ซึ่งตรงนี้ก็อยากจะฝากไปยังพวกเราทุกคนว่า ถ้าอยากให้ช่วยอะไร ก็ขอส่งเสียงบอกไป” นายจักร บุญ-หลง กล่าว และยกตัวอย่างกรณีของการแจ้งย้ายชื่อจากทะเบียนบ้านกลางมายังทะเบียนบ้านชั่วคราวสำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อให้ชาวไทยในต่างประเทศมีสิทธิ์ในการใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งปัจจุบันจะต้องเดินทางไปแจ้งย้ายด้วยตัวเองที่ประเทศไทย หรือทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่น ซึ่งเป็นการไม่สะดวก สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และทำให้จำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรมีน้อยกว่าที่ควรเป็น

                    “นอกจากเขียนจดหมาย เขียนอีเมล์ไปแล้ว อีกส่วนก็คือการมาลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เพราะมันไม่ใช่แค่การใช้สิทธิ์ตามระบบประชาธิปไตย แต่เป็นการพิทักษ์ผลประโยชน์ของพวกเราที่นี่ด้วย เพราะถ้าเรามีกันหมื่นหรือสองหมื่นเสียงนี่ ผมว่าไม่มีใครกล้ามองข้ามชุมชนไทยที่นี่หรอก” อธิบดีกรมการกงสุลกล่าว

                    ทั้งนี้ นายรัฐ จำเดิมเผด็จศึก นักการทูตระดับชำนาญการ อดีตกงสุลประจำสถานกงสุลใหญ่ฯ แอลเอ แจ้งด้วยว่าหากชาวไทยในต่างประเทศต้องการร้องเรียน หรือแจ้งเรื่องราวต่างๆ ไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ให้ใช้อีเมล์ของตน คือ Rutt.c@mfa.go.th ได้เลย.

 

นำเสนอข่าวโดย : admin usa
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

วิธีรักษาสุขภาพด้วยการกิน


                แล้วอย่าลืมเอาสูตรนี้ไปใช้กันน่ะจ๊ะ 
  
     ข้อมูลดีมากเลย ครับ
หัวจดเท้ารักษาเองได้ก่อนไปหาหมอ 
๑. ไขมันในเลือดสูง  แทนที่จะหายามากินให้ปวดหัว ตับพังก็หากระเทียมสดมากินสักวันละ  ๑๐ กลีบกับกินหอมหัวใหญ่สดวันละครึ่งหัว 
๒. ปวดหัว  ให้หาผักคะน้าหรือปวยเล้ง (แมกนีเซียม) กินวันละ ๕ ขีดและกินปลาทูอีกวันละ ๒ ตัว (น้ำมันปลาลดการอักเสบได้) หรือจะชงโกโก้กินหน่อยก็ช่วยได้ค่ะ 
๓. เ ป็นหวัด ไอ จามบ่อย  ให้หมั่นแปรงลิ้นและกินกระเทียม, หอม, พริกให้มากเข้าไว้ 
๔.  ภูมิแพ้  แค่กินฝรั่งวันละ ๕ ชิ้นกับเมล็ดฟักทองวันละ ๑ กำมือ (สังกะสี)! 
๕. แพ้ฝุ่นละออง  ไรฝุ่น   หาโยเกิร์ตแบบรสธรรมชาติและนมเปรี้ยวไม่หวานจัดมากิน 
๖.โรคหืดหอบ ไอเรื้อรัง  กินต้มยำไก่, กินหัวหอมใหญ่, หอมแดง, ต้นหอมและเอาหอมซุกไว้ใต้หมอน 
๗.นอนไม่หลับ  ตักน้ำผึ้งกินก่อนนอนสักวันละ  ๒ ช้อนโต๊ะ ถ้าหาน้ำผึ้งไม่ได้ใช้น้ำตาลทราย ๒ ช้อนโต๊ะแทน ถ้าอยากให้หลับสบายเพิ่มเติมขี้เหล็กและมะรุมเข้าไปหน่อย 
๘. ไขข้ออักเสบ  หาปลาเนื้อมันกินวันละ ๒ ขีด เช่นปลาทู, ปลาสวาย, ปลาแซลม่อน, ปลาซาร์ดีน, ปลาทูน่าหรือแม้แต่ปลากระป๋อง 
๙. กระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อย  ให้กินน้ำกระเจี๊ยบไม่หวานจัดวันละ! ๓ มื้อ หรือน้ำแครนเบอรี่ของฝรั่งในปริมาณเท่ากัน ( เปรี้ยวจัดมาก) 
๑๐.ท้องอืด แก๊สมาก ให้กินกล้วยหักมุกปิ้งหรือขิงบ่อย  
๑๑.ท้องผูก  ชงน้ำผึ้งดื่มวันละ ๓ ช้อนโต๊ะและให้กินน้ำมะขามต้มติดเนื้อมาก เช้า เย็น 
๑๒.โรคกระเพาะอาหาร  หากล้วยหักมุกปิ้งกิน, กินกล้วยหรือกินผักกระ หล่ำปลีให้มาก 
๑๓.เวียนหัว คลื่นไส้ง่าย  ให้หาอาหารทำจากขิงรับประทาน เช่น ปลาผัดขิง ไก่ผัดขิง, น้ำขิง, ชาขิงหรือเต้าฮวย 
๑๔.วัยทอง วูบวาบ อารมณ์ปรวน  ให้กินปลาทูน่าให้มากและกินเต้าหู้เหลืองวันละ ๑ แผ่น ถ้ากินเต้าหู้แล้วเบื่อให้สลับกับถั่วลิสงวันละ ๑ กำมือก็ได้ 
๑๕.หงุดหงิดง่ายให้กินอาหารร่าเริง ค! ือ ข้าวเ หนียวดำ ข้าวโพด กลอย กล้วยหอมและปลาทูน่า 
๑๖.กระดูกพรุน ให้กินงาดำวันละ ๔ ช้อนโต๊ะ (ได้แคลเซียมเท่ากับเม็ดใหญ่) มะม่วงจิ้มกะปิและสับปะรดซึ่งมีธาตุสมานกระดูดอยู่มาก                    ( แมงกานีส) 
๑๗.ความจำไม่ดี ให้กินปลาทูวันละ ๒ ขีด หอยแครงและหอยนางรมซึ่งมีธาตุสังกะสีช่วยสมองได้ 
๑๘.มะเร็งเต้านม ให้กินบร็อคโคลีหรือคะน้าวันละ ๕ ขีด 
๑๙.มะเร็งปอดทางเดินหายใจ ให้กินเสาวรส  ฝรั่ง  ส้ม  มะนาว &n bsp;มะขามป้อม  มะละกอ  มะม่วง ให้มาก เพราะวิตามินซีช่วยสมานหลอดเลือดในปอดได้ดี แต่ต้องระวังวิตามินเอโดยเฉพาะผู่ที่ยังสูบบุหรี่อยู่ 
๒๐.ท้องเสี ลำไส้แปรปรวน กินแอปเปิ้ลเขียววันละ ๑-๒ ผล หรือน้ำแอปเปิ้ลเขียวปั่นทั้งกาก จะเป็นการล้างพิษในตัวด้วย 
๒๑.เจ็บอก โรคหัวใจ หลอดเลือดตีบ  กินปลาทะเล  น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน  ผลอโวคาโดเพราะเหล่านี้มีไขมันดีไปช่วยขับตะกรันน้ำมันเก่าออก ถ้าชอบดื่มชาให้หาชาเขียวสดมาชงดื่มเองวันละถ้วย 
๒๒.ความดันสูง ต้องตัดบุหรี่และอาหารเค็ม ลองหาข้าวโอ๊ตไม่ขัดสีมากินและผักขึ้นฉ่ายสดหรือปั่นก็ได้ จะช่วยคุมความดันให้ดีขึ้น 
๒๓.เบาหวานถามหา ให้เลี่ยงแป้งกับน้ำตาลและกินผักเขียวจัดอย่างคะน้า  บร็อคโคลี  ผักโขมให้มาก  ถ้าอยากหวานให้กินส้มโอและฝรั่งเพราะมีน้ำตาลอยู่น้อยมาก!

Vittaya Ch.
Intanin ChiangMai Co.,Ltd.
162/2 ChangKlan Rd., A.Muang
ChiangMai 50200, THAILAND.







ขอแรงหนุนหลักสูตรภาษาไทย

กงสุลฯขอแรงทุกองค์กร หนุนหลักสูตรภาษาไทย


แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ล่าลายเซ็นองค์กรคนไทยในอเมริกาส่งถึงกระทรวงศึกษาธิการให้สนับสนุนหลักสูตรภาษาไทยสำหรับเยาวชนไทยในต่างประเทศ

นายดำรง ใคร่ครวญ กงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส เปิดเผยกับสยามทาวน์ฯ เมื่อเร็วๆ นี้ถึงความคืบหน้าของการจัดทำหลักสูตรสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ ซึ่งทางสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ร่วมมือกับ ดร.ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษาแห่งชาติ และ วัดไทยหลายแห่งในลอส แอนเจลิสว่า ขณะนี้ ทางสภาการศึกษาแห่งชาติ ได้จัดทำหลักสูตรดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำคู่มือครู ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้าย

“ที่ผ่านมา สภาการศึกษาได้ประชุมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องหลายรอบ รวมถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มาจัดการศึกษาอยู่ในต่างประเทศ และท้ายที่สุดก็จัดทำหลักสูตรการสอนภาษาและวัฒนธรรมไทย ออกมา และมีการประกาศใช้แล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และตอนนี้ สภาการศึกษาฯ กำลังจัดทำคู่มือครู เป็นภาคปฏิบัติของครูที่สอนทางนี้ จะได้มีแนวทางที่ชัดเจน”

กงสุลใหญ่ฯ กล่าวด้วยว่า การส่งเสริมให้เยาวชนไทยในต่างประเทศให้มีความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงรักภาษาและวัฒนธรรมไทยนั้น เพียงแค่มีหลักสูตรที่ได้มาตรฐาน อาจยังไม่เพียงพอ

“ถ้าจะให้เป็นระบบและยั่งยืนก็จำเป็นที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องจัดตั้งองค์กร จัดโครงสร้างขึ้นมารองรับการศึกษาของเยาวชนไทยในต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม อาจจะมีแผนก หรือกอง เกิดขึ้นในกรมหนึ่งกรมใดของกระทรวงศึกษา อาจจะเป็นกรมการศึกษานอกโรงเรียน หรือสำนักงานการศึกษาพิเศษ เพื่อดูภาพรวมว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ต้องแก้ไขปรับปรุงและที่สำคัญคือ ดูแลงบประมาณให้ด้วย”

แต่การที่จะผลักดันให้กระทรวงศึกษาธิการเล็งเห็นความสำคัญของการรักษาสายสัมพันธ์กับเยาวชนไทยในต่างประเทศ ผ่านภาษาและวัฒนธรรมไทยนั้น กงสุลใหญ่ฯ กล่าวว่าจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนผลักดันจากประชาชนในต่างประเทศด้วย

“ถือว่าเราเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว เหลืออีก 7-8 ก้าวที่จะต้องเดิน ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องคอยกระตุ้นเร่งเร้าให้หน่วยงานในเมืองไทยเห็นความสำคัญ และดูแลให้ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอน อย่าให้ล้มกลางคัน” กงสุลใหญ่ฯ กล่าว

กงสุลใหญ่ฯ เผยด้วยว่า สมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ โดยนายเบน โกเมนกุล นายกสมาคมฯ ได้ขานรับเรื่องนี้ โดยรับหน้าที่ในการล่าลายเซ็นองค์กรของคนไทยในต่างประเทศเพื่อนำเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการแล้ว

“การที่ประชาชนกระตุ้นเร่งเร้านักการเมือง เป็นการเร่งกระบวนการให้เร็วขึ้น และเรื่องนี้คือผลประโยชน์ของพวกเราทุกคนในชุมชน จึงอยากขอความสนับสนุนจากท่านคนละไม้ละมือ สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลประโยชน์กับชุมชน กับลูกหลานท่านเอง และเท่าที่ผมทราบ สมาคมหรือชมรมหลักๆ ของชุมชนไทยเราที่นี่ ได้ลงชื่อกันไปเยอะแล้ว เท่าที่ทราบคือท่านเจ้าคุณพระราชธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทย แอลเอ ท่านลงเป็นชื่อแรกเลย” กงสุลใหญ่ฯ กล่าว

ทั้งนี้ สามารถติดต่อขอลงชื่อสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการเพื่อดูแลการศึกษาภาษาและวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศได้ที่นายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ หมายเลขโทรศัพท์ 213-675-8859 หรืออีเมล์ benlampoo@sbcglobal.net.

http://www.siamtownus.com/main/New-1011000100-1.aspx

นำเสนอข่าวโดย : กนกอร เพ็ญรุ่งศศิธร
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

นภดล วงศ์ชัยวัฒน์


รายงานพิเศษ เบื้องหลังข่าวจับ นภดล วงศ์ชัยวัฒน์ โดย.... วิจารณ์ จันทนะเวส

บริษัท BKT หรือ “บ้านขนมไทย” เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนไทยในสหรัฐอเมริกาทั่วๆ ไป เพราะนอกจากจะทำการค้า “ขายขนมไทย” แล้ว ยังมีบริการส่งเงินกลับประเทศไทย จนในที่สุด ก็มีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับ “ความไม่ถูกต้องของขบวนการส่งเงิน

อย่างที่รู้อยู่ว่า  

ไม่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจประเภทนั้นก่อนจะทำธุรกิจ ถ้าหากว่า ผู้ที่ดำเนินธุรกิจ ไม่โปร่งใส หรือไม่ชัดเจน หรือว่า ไม่ได้อยู่ในการควบคุม จากเจ้าหน้าของรัฐฯ ก็เสี่ยงกับการกระทำเรียกได้ว่า เป็นการ ฟอกเงิน” โดยง่าย อีกประการหนึ่ง คือรัฐบาลสหรัฐฯ จะมีปัญหาการควบคุมเงินดอลล่าร์ ออกนอกประเทศได้ยากยิ่ง จัดว่าการค้าแลกเปลี่ยนดอลล่าร์ออกนอกประเทศไม่สามารถควบคุมได้ การกักตุนหรือ ปั่นราคา” ค่าของเงินดอลล่าร์ ก็สามารถจะทำได้ ผลร้ายตกมาถึง เศรษฐกิจการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา ในที่สุด จะเห็นได้จากการเปรียบเทียบมีความใกล้เคียงกัน ก็คือ เศรษฐกิจการเงินของสหรัฐฯ เกือบจะล้มสลาย เพราะเรื่อง ควบคุมการปล่อยเงินกู้ กลายเป็นหนี้เสียในวงการค้าและการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวงการอสังหาริมทรัพย์ซื้อขายบ้านและที่ดิน การทำธุรกิจแขนงต่าง ๆ ของ BKT  ถูกจับตามองเขม่นในสายตาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ฯ ตั้งแต่นั้นมา

นอกจากการส่งเงินแล้ว บัตรโทรศัพท์ เป็นธุรกิจอีกอย่างหนึ่งของ BKT เติบโตอย่างรวดเร็วถูกมองอย่าง คลางแคลงใจว่าเป็น สีเทา” แต่เพียงแค่อยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเท่านั้น BKT  ทำธุรกิจการบัตรโทรศัพท์ราบรื่นตลอดมา เมื่อยังไม่มีข้อกล่าวหาใดๆ จากเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง ก็ต้องเชื่อไว้ก่อนว่า ถูกต้องตามกฏหมาย

จู่ๆ โดยไม่มีใครคาดฝันว่า นายนภดล วงศ์ชัยวัฒน์ นักธุรกิจไทยในอเมริกา เจ้าของหรือหุ้นส่วนใหญ่ของ  BKT จะถูกหมายจับ จากประเทศไทย

หมายจับระบุว่า พ.ต.ท. วีรพงษ์ แสงตันชัย ผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม กรมตำรวจ เป็นผู้ทำเรื่อง ขอหมายจับ นายนภดล วงศ์ชัยวัฒน์ เมื่อวันที่ 1 เดือนตุลาคม พุทธศักราช 2546 จากผู้พิพากษาศาลอาญา ตั้งข้อหาว่า มีการกระทำความผิดฐานร่วมกันประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะ ฉะนั้นจึงขอหมายจับตัว นายนภดล วงศ์ชัยวัฒน์ อายุ ..ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย อาชีพ รับจ้าง อยู่บ้านเลขที่ ... หมู่ที่...ถนน...ตรอก..ซอย...ใกล้เคียง ตำบลหาดนางแก้ว เขต/ อำเภอ..จังหวัด  โทรศัพท์  ไปส่งที่กองกำกับการ 1  กองปราบปราม ภายในอายุความ 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 22  สิงหาคม พ.ศ. 2546 เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฏหมาย แต่ไม่เกินวันที่ 22 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 25456

นายอาคม รุ่งแจ้ง ผู้พิพากษา ออกหมายจับ ที่ 7068/2546   ในพระบรมปรมาภิไธย พระมหากษัตริย์ ที่ศาลอาญา เมื่อ วันที่ 22  เดือนตุลาคม 2546   ลงลายมือชื่อเป็นผู้ออกหมายจับ   โดยมี พ.ต.ท. วีรพงษ์ แสงตันชัย ผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม กรมตำรวจ (เจ้าของคดี)  ลงลายมือชื่อ เขียนรับรองสำเนาถูกต้อง

ทำให้ นายนภดล วงศ์ชัยวัฒน์ เป็นผู้ต้องหาหนีคดีอาญา ตั้งแต่บัดเนั้นเป็นต้นมา

ต่อเนื่องมาจากสิ่งเหล่านั้น เป็นข่าวครึกโครม พราะเมื่อวัน 16 ที่ มิถุนายน  ที่ผ่านมา นายนภดล วงศ์ชัยวัฒน์ ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ด่านสุวรรณภูมิ จับกุมขณะเตรียมเดินทางไปประเทศสิงคโปร์   ตรวจสอบพบว่านายนภดล มีหมายจับของศาลอาญาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2546 ข้อหาร่วมกันประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต การสื่อสารแห่งประเทศไทย หรือ กสท. เป็นผู้เสียหาย หลังจากพบว่านายนภดล ได้ลักลอบจำหน่ายบัตรโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ และลักลอบทำระบบโทรทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาต  จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเจ้าของคดี  เป็นเรื่องค่อนข้างผิดปกติว่า ทนายความของ กสท. ไม่ได้เดินทางไปที่กองปราบปราม เพื่อดูตัวผู้ต้องหา และคัดค้านการประกันตัว (อย่างน่าสงสัย)  อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ต้องหารายนี้มีผู้มีอิทธิพล มีนักการเมืองให้ความคุ้มครอง (คาดว่าเป็นอดีตส.ส. คนสนิทของ ทักษิณ ชินวัตร มาระยะหนึ่ง)  จึงทำให้สามารถเดินทางเข้าออกนอกประเทศได้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา นายนภดล ได้ใช้หลักทรัพย์จำนวน 75,000 บาท ยื่นขอประกันตัว แต่ตำรวจไม่อนุญาตเนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับมาแล้ว 6 ปีต่อมาทนายความของผู้ต้องหาได้ยื่นหนังสือขอประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นพนักงานสอบสวน แต่ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รอง ผบก.ป.ได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมหลบหนี โดยคดีเกิดตั้งแต่ปี 2546 แต่ก็ได้หลบหนีหมายจับมาตลอด จากนั้น พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัว นายนภดล ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา

พันตำรวจเอก สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองผู้บังคับการกองปราบปรามเปิดเผยว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหารายนี้ ลักลอบเปิดบริษัทประกอบกิจการโทรคมนาคมในย่านคลองเตย เปิดให้มีการโทรศัพท์ทางไกลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยไม่ได้รับอนุญาต มีผู้ต้องหา (ผู้ร่วมงาน) ร่วมกระทำผิด 8 คน จากนั้นตำรวจควบคุมตัวนายนภดล ไปฝากขังต่อศาลอาญา ซึ่งศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวดังกล่าว และให้ฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ก่อนจะให้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

นาย นภดล วงศ์ชัยวัฒน์  ยังเป็นผู้ที่ถูกบริษัทกรุงเทพโทรทัศน์ และวิทยุ จำกัด ในนาม ช่อง 7 ยื่นคำร้องต่อศาลแขวงกลางของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาให้ดำเนินคดีบริษัท ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่น และกลุ่มบริษัท บีเคที ซึ่งเป็นบริษัทในแคลิฟอเนีย มีนายรอน เพ็ชชา (สามี) นางทิพย์ เพ็ชชา และนายนภดล วงศ์ชัยวัฒน์ ร่วมกันเป็นเจ้าของและผู้บริหาร ในข้อหาร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์รายการช่อง 7 สี โดยนำไปออกอากาศผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตคิดค่าตอบแทนการให้บริการ กับคนไทย และคนลาว ในสหรัฐฯอย่างผิดกฎหมายและช่อง 7 ยังยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และยึดของกลาง ซึ่งทั้ง 2 กรณี อยู่ระหว่างดำเนินการในขณะนี้

 เสรีชัย” หนังสือพิมพ์ไทยในสหรัฐอเมริกาลงเป็นข่าวหน้าหนึ่ง (เนื้อที่ข่าวในประเทศ) เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา อ้างที่มาของข่าวจาก เวปไซด์ ผู้จัดการออนไลน์ อ้างว่ามาจากข่าวภาคค่ำช่วงที่ 1 โทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2552 ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์รายการโทรทัศน์ของช่อง 7 สี โดยบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ในนามของช่อง 7 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแขวงกลางของรัฐแคลิฟอร์เนีย ให้ดำเนินคดีต่อบริษัท ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่น และกลุ่มบริษัท บีเคที ซึ่งเป็นบริษัทในรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมทั้งผู้บริหารของบริษัทดังกล่าว ในข้อหาร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์รายการช่อง 7 สี อาทิ ละครต่างๆ ของช่อง 7 โดยนำไปออกอากาศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ www.thaitv.tv โดยคิดค่าตอบแทนการบริการ รวมทั้งนำไปจำหน่ายในสื่อรูปแบบอื่นในสหรัฐฯ ซึ่งมีลูกค้าเป็นคนไทยและคนลาว โดยผิดกฎหมาย

ในระยะเวลาใกล้เคียงกันในประเทศไทย กองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (ปศท.) ยังได้นำเจ้าหน้าที่ตรวจค้นอาคารที่ทำการของบริษัท ไอพีทีวี จำกัด และบริษัท บีเคที เทเลคอม (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านกลางกรุง ซอยลาดพร้าว 71 เขตลาดพร้าว หลังได้รับการร้องเรียนว่า บริษัทดังกล่าวน่าจะร่วมกับบริษัท ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่น กับพวกในประเทศอเมริกาดังกล่าวนำสัญญาณโทรทัศน์ของช่อง 7 ไปเผยแพร่ทางเว็บไซต์ดังกล่าว จากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม อุปกรณ์ส่งสัญญาณเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต และคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับการตัดต่อภาพ นอกจากนั้ยังพบภาพข่าวและละครช่อง 7 ที่ถูกตัดต่อแล้วอีกด้วย จึงเชิญตัวนายสยาม บุญเอก หัวหน้าฝ่ายคอมพิวเตอร์ผู้ดูแลจัดการระบบ ไปให้ปากคำเพื่อทำบันทึกการตรวจค้น

นายสยาม อ้างว่า ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่น ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ช่อง 7 อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้ดึงสัญญาณดาวเทียมเข้ามาในระบบคอมพิวเตอร์ก่อนจะส่งไปยังสมาชิกทางอินเทอร์เน็ต โดยเสียค่าบริการเดือนละ 10 เหรียญสหรัฐ และมีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่ทางช่อง 7 สี ยืนยันว่าไม่ได้อนุญาตให้บริษัทดังกล่าวใช้ลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายแต่อย่างไร

การดึงสัญญาณดาวเทียมของสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ในประเทศไทยเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อนำมาตัดต่อใหม่เพื่อนำเสนอกลุ่มลูกค้าคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ อาทิ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศในยุโรป โดยมีการกันสัญญาณไม่ให้ผู้อยู่ในประเทศไทยสามารถรับชมได้

เวปไซด์ ผู้จัดการออนไลน์ ยังกล่าวถึงเมื่อเดือนตุลาคมปี 2548 บริษัท ไอพีทีวี ในสหรัฐอเมริกา เคยออกมาแถลงข่าวกรณีการฟ้องร้องร้านวิดีโอในสหรัฐอเมริกาที่เผยแพร่รายการโทรทัศน์ต่างๆของเมืองไทย โดยอ้างว่าทางบริษัทได้ซื้อลิขสิทธิ์รายการต่างๆ ที่ออกอากาศอย่างถูกต้อง และสัญญาต่างๆ ที่ไอพีทีวีเซ็นกับผู้ผลิตในประเทศไทยมีความสมบูรณ์ภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ มีการจดลิขสิทธิ์ที่วอชิงตันครอบคลุมทั่วสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมายของแคลิฟอร์เนียและภายใต้กฎหมายสหรัฐอเมริกา

เวปไซด์ผู้จัดการออนไลน์ อ้างคำกล่าวของ นายปีเตอร์ จลาพงศ์ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของบริษัท ไอพีทีวี ระบุเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2548 “ในลักษณะนี้หมายความว่า ถ้าละครม้วนไหนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ถ้าถูกจับว่าละเมิดจะถูกฟ้องได้ทั้งสองศาล ทั้งแคลิฟอร์เนีย หรือศาลสหรัฐฯ แต่การฟ้องศาลแคลิฟอร์เนียใช้เวลาสั้นกว่า จะให้ แดเมจ” ตัวเลขที่น้อยกว่า เรียกหาได้เฉพาะกำไรจากจำเลยซึ่งได้รับมาจากการขายของที่เรามีลิขสิทธิ์

ผู้จัดการออนไลน์ ยังระบุว่า บริษัทไอพีทีวีละเมิดลิขสิทธิ์ของเคเบิลทีวีอย่างเอเอสทีวีด้วย ซึ่งทางผู้บริหารเอเอสทีวีกำลังพิจารณาฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายในสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกับทางช่อง 7

ทางด้าน นายนภดล วงศ์ชัยวัฒน์ ผู้บริหาร บริษัทไอพีทีวี จำกัด ได้แถลงข่าว กรณีถูกช่อง 7 สี ฟ้องร้องดำเนินคดี ถึงประชาชน ผ่านทางสื่อมวลชนไทยในนคร ลอส แองเจลิส มีใจความบางตอนว่า

จากกรณีที่สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ได้ยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีต่อบริษัท ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่น ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์รายการโทรทัศน์ของช่อง 7 สี เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม โดยระบุว่า ไอพีทีวี ได้นำรายการของช่อง 7 สี ไปแพร่ภาพโดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านทางเว็บไซต์ ThaiTV.TV และจำหน่ายให้ร้านค้าทั่วไป ตามข่าวที่ปรากฎทางช่อง 7 และหนังสือพิมพ์บางฉบับไปแล้วนั้น

ทางผู้บริหารของบริษัท ไอพีทีวี ขอเรียนชี้แจงมายังพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เป็นลูกค้าของไอพีทีวี ให้ทราบโดยทั่วกันว่า ตลอดเวลากว่าสี่ปีที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 กับบริษัทไอพีทีวี เป็นบริษัท คู่ค้า” ร่วมทำธุรกิจต่างตอบแทนกันมาโดยตลอด

ทางผู้บริหารของบริษัท ไอพีทีวี ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนชาวไทยในอเมริกาทราบว่า ฝ่ายกฎหมายของบริษัทไอพีทีวี กำลังดูแลดำเนินการเรื่องนี้อยู่ เชื่ออย่างยิ่งว่าจะนำมาซึ่งความเข้าใจซึ่งกันและกันในเวลาอันใกล้นี้

วันเดียวกัน (วันที่ 29 พฤษภาคม 2009) ช่อง 7 สีในนามของบริษัท Bangkok Broadcasting & T.V. Co. Ltd.(BBTV)ได้มอบหมายให้ สำนักงานทนายความBaker & McKenzie LLP เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท IPTV Corporation, ThaiTV.tv, BKT Group รวมทั้งตัวบุคคลประกอบด้วยนายรอน เพชชา,นางทิพย์ เพชชาและนายนภดล วงศ์ชัยวัฒน์ ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ต่อศาลชั้นต้นรัฐบาลกลางสหรัฐ (California Central ) เป็นคดีหมายเลข CV 093803sjo (SSX) โดยมีผู้พิพากษา S. James Otero เป็นผู้รับผิดชอบคดีคำฟ้องระบุว่าจำเลยทั้งหมดได้ละเมิดลิขสิทธิ์รายการช่อง 7 สี อาทิเช่น ละครต่างๆของช่อง 7 โดยก๊อปปี้นำไปออกอากาศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  และคิดค่าตอบแทนการบริการ รวมทั้งนำไปจำหน่ายในสื่อรูปแบบอื่นในสหรัฐ โดยมีตราโลโก้ของบริษัท BBTV ยังติดอยู่อันถือว่าเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้า

คำฟ้องระบุว่า IPTV จะต้องยุติการนำรายการของ BBTV ไปออกอากาศซ้ำ ( re-broadcasts)ผ่านออนไลน์ใน ThaiTv.tv และระงับการจำหน่ายหนัง,ละครและวัตถุลิขสิทธิ์อื่นๆที่นำออกขายให้กับร้านไทยตลอดจนร้านเอเชียอื่นๆในสหรัฐ

นอกจากนี้ยังให้ร้านค้าปลีกของ BKT ซึ่งตั้งอยู่ลอส แอนเจลิส ระงับการเสนอขายและให้บริการในหลายรูปแบบที่เป็นลิขสิทธิ์ของ BBTV แก่คนไทยและคนลาวที่อาศัยอยู่ในสหรัฐและในประเทศอื่นๆ

ภายหลังจากนั้น BBTV ได้ออกถ้อยแถลงว่าเหตุที่เราต้องใช้กฎหมายเข้าดำเนินการเพราะไม่มีวิถีทางอื่นใดที่จะต่อสู้กับสิ่งที่เราเชื่อว่า การกระทำของจำเลยละเมิดกฎหมาย ไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัทและทำกำไรจากลิขสิทธิ์ของ BBTV ”

พร้อมกันนี้การกระทำดังกล่าวยังทำให้เกิดผลกระทบทางด้านภาพพจน์ของบริษัท BBTV ซึ่งลูกค้าผู้ชมจะไม่ได้รับมาตรฐานตามที่ได้วางไว้ อีกทั้งยังละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าโดยกฎหมายของสหรัฐอีกด้วย ขณะเดียวกันเว็บไซต์ของช่อง 7 สี ในประเทศไทย รายงานว่าในเวลาใกล้เคียงกันถึงเรื่องการให้ทนายยื่นฟ้องร้องในสหรัฐ ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (บก.ปศท.) เข้าตรวจค้นอาคารที่ทำการของบริษัท ไอพีทีวี จำกัด และบริษัท บีเคที เทเลคอม (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านกลางกรุง เลขที่  95/72 ถ.นาคนิวาส ลาดพร้าว 71 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม.10230  

หลังจากตำรวจได้รับการร้องเรียนจากช่อง 7 ว่าบริษัทดังกล่าวน่าจะร่วมกับบริษัท ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่นกับพวกในประเทศสหรัฐ นำสัญญาณโทรทัศน์ของช่อง 7 ไปเผยแพร่ทางเว็บไซต์

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้อายัดเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม อุปกรณ์ส่งสัญญาณเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับการตัดต่อภาพ นอกจากนี้ยังพบภาพข่าวและละครช่อง 7 ที่ถูกตัดต่อแล้วอีกด้วย จึงเชิญตัวนายสยาม บุญเอก หัวหน้าฝ่ายคอมพิวเตอร์ผู้ดูแลจัดการระบบ ไปให้ปากคำเพื่อทำบันทึกการตรวจค้นเว็บไซต์ช่อง 7 สีระบุว่าพฤติกรรมของบริษัทนี้ จะดึงสัญญาณดาวเทียมของสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ในประเทศไทย เข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อนำมาตัดต่อใหม่ จากนั้นนำเสนอกลุ่มลูกค้าคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ อาทิสหรัฐอเมริกา,ยุโรป โดยบล็อกสัญญาณไม่ให้ผู้อยู่ในประเทศไทยได้รับชม

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พ.ค.2552 ข่าวภาคค่ำช่วงที่ 1 โทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 สีได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์รายการโทรทัศน์ของช่อง 7 สี ซึ่งเกี่ยวข้องกับ IPTV ด้วย  ทางด้านเว็บไซต์ ASTV ผู้จัดการที่เมืองไทยรายงานข่าวนี้เช่นกันพร้อมกับระบุว่านอกจากละเมิดลิขสิทธิ์รายการโทรทัศน์ของฟรีทีวีช่องต่างๆ ในประเทศไทยแล้ว บริษัทไอพีทีวียังละเมิดลิขสิทธิ์ เคเบิลทีวีอย่างเอเอสทีวีด้วย ซึ่งทางผู้บริหารเอเอสทีวีกำลังพิจารณาฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายในสหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกับทางช่อง 7 “

ช่อง 7 สี เอาจริงจ้างสำนักงานทนายความและบริษัทประชาสัมพันธ์

ทีวีช่อง 7 สีจากประเทศไทยไดให้สำนักงานทนายความ Baker & McKenzie LLP แห่งนิวยอร์กดำเนินการฟ้องร้องและยังได้ว่าจ้างบริษัทประชาสัมพันธ์ The Ruth Group เผยแพร่ข่าวที่ได้ยื่นฟ้องและส่งออกไปทั่วโลกเป็นภาษาอังกฤษดังนี้

Bangkok Broadcasting & T.V. Co. Files Court Order to Halt

Illegal Copying, Selling and Re-Broadcasting of Copyrighted Programs

Los Angeles, CA, May 29, 2009 – Bangkok Broadcasting & T.V. Co., Ltd.’s (“BBTV”), a Thai broadcasting corporation, announced that it has filed a Complaint and Motion For Preliminary Injunction And Order For Seizure And Impoundment with the United States District Court in the Central District of California alleging that IPTV Corporation, ThaiTV.tv, BKT Group (“BKT”), Mr. Ron Petcha, Ms. Tip Petcha and Mr. Noppadon Wongchaiwat are illegally and willfully copying, selling and re-broadcasting BBTV’s copyrighted programs bearing BBTV’s federally trademarked logo.

BBTV operates Channel 7 in Thailand and is one of the country’s six major free television channels. BBTV’s programs are first broadcast in Thailand via a signal that can be received using a standard home antenna. In addition to copyrights, BBTV owns all right, title, and interest in and to a design mark which consists of three overlapping circles with the number 7 written in the middle. This mark usually appears in the top right hand corner of the screen when BBTV airs its programs.

In pursuing an injunction against IPTV Corporation, BBTV is seeking to immediately halt a practice whereby IPTV re-broadcasts BBTV’s copyrighted works via its online entity, ThaiTv.tv, and sells copyrighted material via a distribution network that feeds Thai and Asian storefronts throughout the U.S. The complaint levied against the defendants also contends that BKT’s retail store located in Los Angeles sells or rents BBTV’s copyrighted works without BBTV’s permission. BKT offers a variety of services, including media and entertainment offerings, to, among others, Thai and Lao customers living in the U.S. and abroad.

“BBTV has entered into these legal actions because it sees no other recourse for combating what we firmly believe are unlawful acts being perpetrated by the defendants in order to profit from BBTV’s copyrighted works without our permission.

“As one of Thailand’s most recognized television channels, BBTV’s mission is to provide entertaining content for our viewers, at home and abroad. Unfortunately, when our materials are used without our consent, not only is BBTV’s business impacted, but our image and reputation among our audiences is also potentially sullied because our work is now being marketed in manners that do not conform with the high standards for which we are recognized. In our view, there is no question that the defendants’ actions are being conducted deliberately and without regard to U.S. copyright or trademark law.”

About Bangkok Broadcasting & T.V. Co., Ltd.

BBTV was established in 1967, popularly known as Channel 7. Ch.7 has unfailingly served the general public with information and entertainment programs and has become Thailand's number one TV station over the decades.

 ในที่สุด เมื่อวันที่ 16  มิถุนายน ที่ผ่านมา สตม.รวบตัวผู้บริหารไอพีทีวี ตามหมายจับ ขณะเตรียมบินหนีไปประเทศสิงคโปร์ โดยก่อนหน้านี้ จนท.ได้ตรวจค้นอาคารซีมิกซ์ คลองเตย ที่ใช้สัญญาณโทรคมนาคมไม่ได้รับอนุญาต และศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย ที่ทำผิด พฤติกรรมแก๊งนี้ จะดึงสัญญาณช่อง 7 เข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต นำมาตัดต่อใหม่ เสนอลูกค้าคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ แต่บล็อกสัญญาณไม่ให้ผู้อยู่ในไทยได้รับชม ซึ่งเป็นข่าวล่าสุดในขณะที่เขียนรายงานนี้ (17 มิถุนายน)

ก่อนหน้าวันที่ นายนภดล วงศ์ชัยวัฒน์ จะถูกจับ เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พ.ค.2552 ข่าวภาคค่ำช่วงที่ 1 โทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์รายการโทรทัศน์ของช่อง 7 สี โดยบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ในนามของช่อง 7 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแขวงกลางของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ดำเนินคดีต่อบริษัท ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่น และกลุ่มบริษัท บีเคที ซึ่งเป็นบริษัทในรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมทั้งผู้บริหารของบริษัทดังกล่าว คือ นายรอน เพชชา นางทิพย์ เพชชา และนายนภดล วงศ์ชัยวัฒน์ ในข้อหาร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์รายการช่อง 7 สี อาทิ ละครต่างๆ ของช่อง 7 โดยนำไปออกอากาศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่  WWW. Thaitv.tv โดยคิดค่าตอบแทนการบริการ รวมทั้งนำไปจำหน่ายในสื่อรูปแบบอื่นในสหรัฐฯ ซึ่งมีลูกค้าเป็นคนไทยและคนลาว โดยผิดกฎหมาย

        นอกจากนี้ ในระยะเวลาใกล้เคียงกันในประเทศไทย กองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (ปศท.) ยังได้นำเจ้าหน้าที่ตรวจค้น อาคารที่ทำการของบริษัท ไอพีทีวี จำกัด และบริษัท บีเคที เทเลคอม (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านกลางกรุง ซอยลาดพร้าว 71 เขตลาดพร้าว หลังได้รับการร้องเรียนว่า บริษัทดังกล่าวน่าจะร่วมกับบริษัท ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่น กับพวกในประเทศอเมริกาดังกล่าว ในการนำสัญญาณโทรทัศน์ของช่อง 7 ไปเผยแพร่ทางเว็บไซต์ดังกล่าวทั้งนี้ยังเน้นถึงเรื่องการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม อุปกรณ์ส่งสัญญาณเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต และคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับการตัดต่อภาพ นอกจากนี้ยังพบภาพข่าวและละครช่อง 7 ที่ถูกตัดต่อแล้วอีกด้วย 

เมื่อปลายเดือนกันยายน 2546 นายสุวรรณ จงประสิทธิ์ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ ปราบปรามเกี่ยวกับ พ.ร.บ.โทรคมนาคม ของ กสท ได้นำกำลังเข้าตรวจค้น อาคารซีมิกซ์ ชั้น 9 ย่านคลองเตย หลังสืบทราบว่า มีการติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ในกิจการโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต จากเจ้าพนักงาน พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย และยึดอุปกรณ์ของกลางได้จำนวนหนึ่ง จากนั้นศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เหลืออีก 4 ราย ซึ่งมี นายนภดล วงศ์ชัยวัฒน์ รวมอยู่ด้วย

รายงานก่อนหน้าที่จะมีการจับกุมตัวนายนภดล สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้ส่งทนายความให้ดำเนินคดีกับบริษัท ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่น และกลุ่มบริษัท บีเคที ซึ่งเป็นบริษัทในรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมทั้งผู้บริหารของบริษัทดังกล่าว คือ นายรอน เพ็ชชา นางทิพย์ เพ็ชชา และ นายนภดล ในข้อหาร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์รายการช่อง 7 สี อาทิ ละครต่างๆ ของช่อง 7 โดยนำไปออกอากาศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่ www.thaitv.tv โดยคิดค่าตอบแทนการบริการ รวมทั้งนำไปจำหน่ายในสื่อรูปแบบอื่นในสหรัฐ ซึ่งมีลูกค้าเป็นคนไทย และคนลาว อย่างผิดกฎหมาย

ในเวลาเดียวกัน ในระหว่างที่หนังสือพิมพ์ไทยหลายๆ ฉบับที่ผลิตในแอล.เอ .ลงข่าวไอพีทีวี. ถูกฟ้อง  ก็ได้เสนอข่าวนั้น เป็นข่าวใหญ่ หน้าหนึ่งเช่นเดียวกัน บางฉบับยังได้นำจดหมายข่าวที่ได้รับจากสำนักงานทนายความ Baker & McKenzie LLP เป็นภาษาอังกฤษไต่อจากข่าวภาษไทยด้วย

รายงานข่าวดังกล่าว ทาง กองบก. เสรีชัย  มีความเห็นว่า ข้อหาที่ ไอพีทีวี. ถูกฟ้องร้องครั้งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องระดับประเทศก็ว่าได้ ซึ่งเป็นการทำผิดกฏหมาย สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเกี่ยวกับการค้า (Trade-Related Aspects of Intellectual Property Rights: TRIPS-1995) หรือกล่าวกันอย่างกว้างๆ ว่า ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งน่าจะมีบทลงโทษอย่างรุนแรง และน่าจะเข้าข่าย อาญชกรรมทางเท็คโนโลยี่ เพราะมีการใช้ระบบอเล็กโตตรนิก ก้าวหน้าทางอินเทอร์เน็ต มาเป็นเครื่องมือด้วย ซึ่งทั่วโลกถือว่า เป็นอาชญากรรมเท็คโนโลยี่ที่ร้ายแรง และคงจะไม่สามารถจะปราณีประนอมชดใช้ค่าเสียให้แล้วจบเรื่องกันไปตามคดีทางแพ่ง เรียกค่าเสียหาย แต่ก็คงยังจะไม่พ้น คดีอาญาละเมิด (หรือขโมยหรืออาจเรียกได้ว่า จารกรรม) ทรัพย์สินทางปัญญาข้ามประเทศ ถือว่า ทุกประเทศที่อยู่ในภาคีของสมาชิกองค์การการค้าโลกจะต้องช่วยกันกำจัด และรับผิดชอบดูแลซึ่งกันและกัน

สหรัฐอเมริกาก็ถูกละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ไม่น้อย จนกระทั่งต้องเอาจริงเอาจังกับการละเมิดสิทธิทางปัญญา โดยเฉพาะอย่างด้านเท็คโนโลยี่ ซึ่งอาจเข้าข่าย การตั้งข้อกล่าวหากับ บริษัทบ้านขนมไทย และไอพีทีวี. ที่เป็นข่าวดังกระหึ่มลัดฟ้าจากเมืองไทยมาอเมริกา และจากอเมริกากลับไปยังประเทศไทย ความเสียหายด้านชื่อเสียงยังจะต้องตามติดมาอีกมาก เป็นเรื่องที่จะต้องช่วยกันสอดส่องดูแล เพื่อไม่ให้ต้องเสียชื่อเสียงของประเทศมากไปกว่านี้  ดังคำเตือนของสถานกงสุลไทยเรื่อง  การนำสินค้าละเมิดสิทธิทางปัญญาเข้าประเทศอื่นๆ สินค้าที่ถูกก็อปปี้ จากระบบอินเทอร์เน็ต ก็เข้าข่ายมีความผิดร้ายแรงเช่นเดียวกัน ไม่ว่าะเป็นเพลงหรือภาพยนต์ ที่ถูกละเมิดสิทธิมา ถ้าหากไม่มีข้อตกลงซื้อขายในลักษณะของการธุรกิจ ก็จะเข้าข่าย ปล้น” ในกรณีสินค้าเหล่านั้นทำรายได้มีเม็ดเงินเป็นจำนวนสูงมากเช่นค่าสิขลิทธิ์เพลง หรือภาพยนต์ ไม่ว่าจะฉายทางโทรทัศน์หรือโรงภาพยนต์ มีการลงทุนสูง กำไรขาดทุนสูง  มีความเสี่ยงสูงแต่ถูกปล้นส่วนที่ควรจะเป็นกำไรไป จากการก็อปปี้ละเมิดลิขสิทธิ์อย่างไม่เกรงกลัวกฏหมายหรือจะเรียก่า ไม่กลัวคุกกลัวตาราง ก็น่าจะได้

การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นเรื่องร้ายแรง ดังหนังสือเตือนจากกงสุลใหญ่ในแอล.เอ ออกกประกาศเมื่อวันที่ 11  กุมภาพันธ์ ไว้ก่อนหน้านั้นแล้วว่า

สถานกงสุลใหญ่แอล.เอ.ได้ออกประกาศเตือน การนำสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาติดตัวเข้าไปในยุโรป ทั้งนี้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา86 กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทางปัญญาและพลังงาน โดยต้องให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์รับทราบข้อเท็จจริงว่าขณะนี้ประเทศในยุโรปบางประเทศ เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น เพิ่มความข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งรวมทั้งการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาโดยถือสินค้าติดตัวขณะเดินทาง ไปยังประเทศดังกล่าว หากตรวจพบว่าผู้โดยสารรายใดถือสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาติดตัวขณะเดินทาง อาจต้องโทษจำคุกและโทษปรับในอัตราที่สูง รวมทั้งอาจถูกยึดสินค้าละเมิดนั้น

สถานกงสุลใหญ่แอล.เอ.แจ้งเตือนมายังคนไทยทุกคนและขอความร่วมมือผู้เดินทาง มิให้ถือสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาติดตัวขณะเดินทางไปยังประเทศในยุโรป เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดปัญหาทางคดี อันอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

ถ้าหากว่าเรื่องที่ ไอพีทีวี.และ บีเคที  ทำเรื่องทำราวจนถูกฟ้องร้องจริง ไม่ว่าจะอ้างอิงอย่างไร ก็คงไม่พ้นทั้งคดีแพ่ง ชดใช้ค่าเสียหาย และคดีอาญา ถูกตัดสินจำคุกจะนานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเสียหายมากน้อยเพียงไร รวมทั้งค่าใช้จ่ายถ้าต้องดำเนินคดีในศาลอเมริกา (ค่าใช้จ่ายสูงมาก เฉพาะค่าทนายความเรื่องเดียวเห็นตัวเลขแล้วตาลาย) ทำมาแล้วนานมาก ก็ต้องชดใช้มากขึ้นหลายเท่าทวีคูณ  หรือไม่ยอมรับว่ากระทำความผิดจริง (ถ้าจริง) ผู้พิพากษาก็คงไม่ลดหย่อนปรนปรนโทษให้

กองบก.  เสรีชัย ได้ติดตามข่าวนี้ พร้อมทั้งการเสนอข่าวตรงไปตรงมาตรงตามประเด็นด้วยความเป็นธรรม พิจารณาตามมาจากแหล่งข่าวเดียวกันในประเทศไทย  เป็นข่าวต้องพึงระมัดระวัง วิเคราะห์แล้วว่า ควรจะนำเสนอ เชื่อถือได้เป็นข่าวสะเทือนใจคนไทยในอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนไทยในลอส แองเจลิส ที่มีแต่ข่าวด้านลบอยู่เสมอ เปรียบประหนึ่งเสมือนว่า ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นไปทั้งข้อง” ก็ว่าได้          เรื่องราวยังไม่จบลงไปในวันนี้ เพราะยังมีผู้ที่ต้องเป็นจำเลยร่วมอยู่ด้วยอีกหลายคน จะเป็นใครต่อใครบ้างนั้น ตามข่าวระบุชื่อ หุ้นส่วนอีกสองคน คือ รอน  เพชชา กับ ทิพย์  เพชชา  อาจจะมีคนอื่นๆ  เป็นจำเลยร่วมด้วยอีกก็ได้ ไม่มีใครรู้อนาคต ตัวเก็ง” อาจจะพลิกผันไปกลายเป็นพยานปากเอกก็ย่อมได้เช่นเดียวกัน อะไรต่อมิอะไรเปลี่ยนแปรไปได้เสมอ

คำถาม มีมาก่อนหน้านั้นว่า ผู้ร่วมงานร่วมมือกระทำ หรือร่วมมือกันกระทำอย่างหนึ่งอย่างใด โดยไม่รู้ว่าผิดกฏหมาย” จะถูก แจ๊คพอร์ต” เป็นผู้ต้องหาสมรู้ร่วมคิดด้วยหรือไม่ ปัญหานี้ตอบยาก  อยู่ที่กฏหมายอเมริกา ต้องปรึกษาผู้ที่รู้จริงคือทนายความว่า กฏหมายกำหนดบทบัญญัติไว้อย่างไร เมื่อบริษัทถูกข้อหา หรือถูกตัดสินว่าดำเนินธุรกิจผิดกฏหมาย ก็น่าเป็นห่วงว่า พนักงานที่เกี่ยวข้องบางคนจะติดร่างแหไปด้วย ใครจะเป็นผู้ให้คำตอบ ?

ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน อาจจะต้องถูกเรียกสอบสวนในโอกาสต่อไป เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นสีขาวบริสุทธิ์  ไม่ใช่สีเทา  หรือ สีดำ ถ้ายังเทาๆ หรือดำๆ ด่างๆ อยู่ มีส่วนแบ่งรายได้หรอมแหรม ถึงแม้จะเป็น เศษเนื้อข้างเขียง” ก็ยังน่าเป็นห่วง ไม่ว่าจะอยู่ฐานะใด กรีนคาร์ด หรือ ซิติเซ่น  มีสิทธิติดคุก หรือถูกเนรเทศได้ ถ้าติดร่างแหไปด้วย ขอให้โชคดี..พนักงานไอพีทีวี.และ บีเคที ทุกคน.

กองบก  เสรีชัย จะประมวลความคืบหน้ามาเสนออย่างต่อเนื่อง ต่อไป...........

ทีวีพูล’เจาะตลาดสหรัฐ ส่ง40ช่องผ่านดาวเทียม

‘ทีวีพูล’เจาะตลาดสหรัฐ ส่ง40ช่องผ่านดาวเทียม

บิ๊กบอส นิตยสารบันเทิงชื่อก้อง “ทีวีพูล” ควงแขนนายทุน “ติ๋ม พรรทิภา สกุลชัย” เปิดตัวสถานีโทรทัศน์ช่องใหม่ “ทีวีพูล ยูเอส” ทำรายการที่เมืองไทย ยิงผ่านดาวเทียมสู่ คนไทย ลาว ในสหรัฐ แถมช่อง 3 ช่อง 5 และอื่นๆ รวม 40 ช่อง ข่าว ละคร เพียบ ยืนยัน ไม่เกี่ยวกับ “ไอพีทีวี”

ที่ไทยแลนด์พลาซ่า เมื่อวันอังคารที่ 19 ตุลาคม เวลา 17.00 น. ต้อย แอ๊คเนอร์ หรือ กีรติ ตะวันวาด ผู้บริหารนิตยสารบันเทิงชื่อดัง ทีวีพูล และ ประธานบริษัท ทีวีพูล ยูเอส พร้อมด้วย นักธุรกิจหญิง พรรทิภา สกุลชัย ประธานกรรมการบริหารบริษัท โนท พับลิเคชั่น เจ้าของนิตยสารชื่อดังของไทยหลายเล่ม เช่นทีวีพูลสไปซี่ไลฟ์ และเคเบิล ทีวีพูล ชาแนล จากประเทศไทย พร้อมด้วย ปอม ประณตพล ศิริไพศาล ผู้ประสานงานในสหรัฐฯ ได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว ทีวีพูล ยูเอส สถานีโทรทัศน์ในประเทศไทย ที่จะส่งผ่านดาวเทียม มายังผู้ชมในสหรัฐ

ต้อย แอ๊คเนอร์ ประธานบริษัท ทีวีพูล ยูเอส กล่าวว่า ในอดีตตนเป็นนักข่าวบันเทิงของหนังสือพิมพ์คนแรกที่ถูกส่งไปประจำทีวี ตั้งแต่สมัยที่ทีวียังไม่บูมเท่าภาพยนตร์ ทำงานในวงการสื่อมานาน 30 กว่าปี จึงผูกพันกับสถานีทุกช่อง ตั้งแต่ 4 บางขุนพรหม มาช่อง 7 สมัย คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีย์ ผู้บริหารสถานีฯ ก็รู้จักคุ้นเคยกันหมดตั้งแต่ยุคแรกๆ

เมื่อมาทำนิตยสารบันเทิง ทีวีพูล เมื่อ 20 ปีก่อน ก็ได้รับการยอมรับมากที่สุด ยอดพิมพ์ 2 แสน 5 หมื่นฉบับต่อสัปดาห์ ต่อมาทำมายาชาแนลดาราเดลี่ ฯลฯ

ตนเดินทางไปไปต่างประเทศบ่อย อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย จึงคิดว่า น่าจะมีธุรกิจเกี่ยวกับทีวี ส่งผ่านดาวเทียมไปต่างประเทศ

ต้อย แอ๊คเนอร์ กล่าวอีกว่า ได้ปรึกษากับ คุณติ๋ม พรรทิภา สกุลชัย นักธุรกิจ ที่จะทำทีวีไปต่างประเทศโดยยิงจากเมืองไทย  คุณติ๋ม ให้ความสนใจที่จะลงทุน จึงได้ปรึกษากับ เคเบิลทีวี ที่เมืองไทย ซึ่งขณะนี้มีเกือบ 300 ช่อง แต่ส่วนใหญ่เป็นช่องขายของ

ในจำนวนนั้นมีช่องคุณภาพ เช่นช่องข่าว 24 ชั่วโมง ช่องวาไรตี้ ช่องภาพยนตร์ 24 ชั่วโมง ฯลฯ ก็คุยกันว่าจะรวมช่องเพื่อยิงไปยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย เป็นการขยายเครือข่ายให้เขาด้วย ทุกคนก็โอเค คุยกับคุณติ๋มซึ่งเก่งเรื่องตลาด ตนมีคอนเน็คชั่น ก็เลยเกิดเป็นทีวีพูลขึ้นมา

จากนั้น พรรทิภา สกุลชัย กล่าวเสริมว่า ตนเห็นด้วยกับ ต้อย แอ๊คเนอร์ อยากให้คุณต้อยทำธุรกิจที่เป็นกอบเป็นกำและให้อะไรกับสังคมด้วย ตนบอกว่า ถ้ารวมช่องมาได้ เราจะช่วยเรื่องตลาดให้ เรื่องเงินทุนไม่ต้องห่วง เพราะเรามี

พรรทิภา กล่าวอีกว่า ครั้งแรกตนไปส่งลูกที่อังกฤษ เมื่อสองปีที่แล้ว คุยกับหัวหน้า กพ. ที่ลอนดอน เขาแนะนำให้คุยกับนักธุรกิจที่นั่น เขาบอกว่าอยากให้ไปทำทีวี  เพราะที่อังกฤษ ไม่มีทีวีไทย ดูแต่ในเว็บไซต์ ซึ่งเปิดบ้าง ปิดบ้าง  เพราะไม่ถูกกฎหมาย ทำให้ดูละครค้างๆ ก็หยุดไป

สำหรับโปรเจ็คนี้ ทั่วโลก ต้องใช้เงินทุนประมาณร้อยล้านบาท ใช้กล่องแบบใหม่ MPEG4 คุณภาพ สีสัน ความคมชัดมากดีกว่ากล่องแบบเก่า และซอยช่องได้ถี่ขึ้น มีให้เลือกมาก

พอรวมช่องต่างๆ มาได้แล้วก็เริ่มแพร่ภาพมาอเมริกาเป็นเมนหลัก แล้วต่อไปยุโรป ออสเตรเลีย สามทวีปใหญ่ๆ

ตอนนี้ให้ลองดูก่อนว่าของเราดีจริงหรือไม่ ใช้กล่องแบบเก่า ปรับเล็กน้อยก็สามารถ รับได้ 10 กว่าช่อง ในจำนวนนั้นมี ช่อง 3 และช่อง ด้วย

สำหรับช่อง 5 เปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อก่อนเป็นกระบอกเสียงของทหาร ตอนหลังปรับตัวสู้ช่องอื่นได้สบาย เพราะมีแอ็กเซ็กซ์ ของบอย ถกลเกียรติ วรวรรณ เข้าไปทำละคร เรตติ้งดีมาก ชนะ 3-7 ด้วยซ้ำ 2-3 ปีที่ผ่านมา ช่อง 5 เปลี่ยนโฉมไปเลย  และบันเทิงช่องห้า ทำหลากหลายมาก เพราะช่อง 3 กับ 7 มีข้อด้อยตรงที่จะไม่เสนอข่าวบันเทิงข้ามช่อง เราเป็นช่อง 5 เป็นกลาง เอาทั้งสองช่อง ทุกช่องมาเล่นได้ เรตติ้งดี ละคร ของบอย เรตติ้งกระฉูด รวยมากตอนนี้ ละครติดเงินเข้าไม่รู้เรื่อง ละคร ช่อง 7 ขายโฆษณา 4.5 แสนต่อนาที ช่องสาม 4.2 แสน ช่อง 5 ถูกกว่า 2 แสนเศษ

ทีจีเอ็น ช่อง 9 เน้นคอนเส็ป อุดมปัญญา ละครก็สร้างสรรค์ ละครเด็ก ละครส่งเสริมให้คนรักชาติ ฯลฯ ช่อง เอ็นบีที หรือช่อง 11 เก่า กรมประชาสัมพันธ์ ข่าวทั้งวัน พัฒนามากเพราะได้งบมาพัฒนาพันกว่าล้าน ได้โฆษณาเพราะรัฐเปิดแล้ว

ไอทีวี ก่อนจะกลายมาเป็น ไทยพีบีเอส ได้งบปีละ 1,700 ล้าน มาพัฒนาบริหารโดยไม่ต้องมีโฆษณา ดีมาก

ช่องมงคลฯ ของสหมงคลฟิล์ม หนังตั้งแต่ 30-40 ปี เอามาฉายรีรัน หนังเล็กหนังใหญ่ตั้งแต่ยุคเก่าจนถึงยุคปัจุบัน ต้มยำกุ้ง องค์บาก ของเขาหมด

พรรทิภา สกุลชัย กล่าวต่อไปว่า ทีวีพูลยูเอส จะเปิดขายสมาชิก เดือนมกราคมปีหน้า ตอนนี้ให้ดูฟรี ไปก่อน ให้คนได้เห็นว่าของเราทำอะไรบ้าง ไม่หลอกหลวงใคร ชื่อเสียงทีวีพูล ไม่คุ้มที่จะมาหลอกใคร

ตอนนี้ลงไปกว่า 50 ล้านแล้ว  และช่องที่ไปคุยมา ก็แฮปปี้ว่าการยิงมาจากเมืองไทย เมนคืออเมริกา ทุกคนทำสื่อก็อยากให้มีคนดูมากๆ จะได้ขายโฆษณาได้มากขึ้น เราไม่ได้มาขายโฆษณาที่นี่ เขามีโฆษณาอะไรก็ยิงมาแบบนั้น เขาก็ได้เราก็ได้ เขาไม่ต้องเสียค่าทรานสปอนเดอร์ ได้ทั้งช่องได้โฆษณา ส่วนค่าคอนเทนท์ ถ้าคิดว่าช่องของคุณมีค่ามากก็มาคุยกัน บางช่องก็เอา บางช่องก็ไม่เอา แค่ออกมาให้คนอเมิรกาได้ดูกันก็ดีใจเล้ว

พรรทิภา กล่าวอีกว่า ตอนนี้ทั้งเพ็กเกจ ได้มาประมาณ 40 กว่าช่องแล้ว ถือว่าเป็นเพ็กเก็จที่ใหญ่มาก  และทุกๆ เดือนยังมี เซ็ทเทลไลท์ทีวีขึ้น เป็นเรื่องที่ป็อปปูล่าร์มากที่เมืองไทย ประมาณ 4-5 ช่องทุกเดือน เป็นช่องของหน่วยราชการ อย่างที่เพิ่งขึ้นก็มหาดไทย ก็ทำคอนเทนท์ไม่เลว ได้งบเยอะ 2-5 ล้านทุกช่อง จะมีช่องเคาน์เจอร์แชนเนล ของกระทรวงวัฒนธรรม มีช่องสมหวัง ของกระทรวงแรงงาน ฯลฯ ช่องพระก็ขึ้นมาก มีเกือบทุกวัน วัดนวลแข วัดยานนาวา ฯลฯ ตอนนี้เอามาก่อน อันไหนไม่ดี ขายของอย่างเดียวเราก็เอาลง เพราะสัญญากันไว้อย่างนั้น

พรรทิภา กล่าวอีกว่า ปีหน้า เรามีโครงการขึ้นช่องใหม่ๆ อีกหลายช่อง ช่องข่าว อื่นๆ  เพิ่มจากช่อง ทีวีพูล ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่เฟลแน่ เราปิดประตูเฟลไว้หมด ได้ลิขสิทธิ์แบบเอ็กคูซีฟมาหลายช่อง คนอื่นไม่ได้แล้ว เป็นระยะเวลาหลายปี แต่อยากได้ช่องท้องถิ่นมาร่วมมากๆ เพื่อช่วยเราขายกล่อง ขายสมาชิก ซึ่งเขาจะได้ค่าคอมมิชชั่น ค่าเปิดกล่อง ก็เหมือนช่วยกัน การได้พันธมิตรอย่างช่องโลโก เขาจะช่วยพีอาร์เราด้วย เราไม่ต้องเหนื่อย

ตอนนี้ทำโปรโมทที่ ทีจีเอ็น ทุกวันร่วมกับรัฐบาล กระทรวงต่างประเทศ คณะกรรมการเลือกตั้ง รณรงค์เวลาจัดเลือกตั้ง ก็จะทำให้คนไทยทั่วโลก เพื่อส่งเสริมการส่งออก ปลัดกระทรวงต่างประเทศ ผู้ว่าการทอ่งเที่ยว ก็เพื่อนกัน เขาทำอะไรที่ไหน เราก็ไปร่วมกับเขา เราได้ความเกื้อหนุนจากหน่วยราชการมากมาย เงินทุนเรามี คอนเท็นท์เราแข็ง พลาดตรงที่ว่า ของท้องถิ่นบางอันไม่ได้คุย ตอนนี้มีลาวจำลาก กู๊ดลัก ส่วนช่องอื่น ถ้ามาก็จะได้มาก เป็นปึกแผ่น เราขายราคาทรานสปอนเดอร์ถูกมาก เพราะอยากได้มาเป็นพันธมิตร มาช่วยกันโปรโมท ไม่ได้ต้องการกำไรจากค่าทรานสปอนเดอร์ ถูกกว่าช่องที่ใช้ๆ กันอยู่แบบคนละเรื่องเลย ตอนนี้ให้ฟรีถึงเดือนธันวา ถือเป็นงบโปรโมท จะเริ่มคิดเงิน 1 มกรา

ส่งไปประเทศไหนทำได้จะทำ ถ้ามองว่ามีคนไทย คนลาวมาก ก็จะทำ อย่างที่สหรัฐมองว่ามีไทยลาว 2-3 ล้านคน ได้สมาชิก 5 หมื่นก็โอเคแล้ว เอเชียหลายประเทศที่เป็นสมาชิกเก่าของ จีจีเอ็น โอนมาให้เราหมด เราได้สิทธิแต่ผู้เดียว มั่นใจได้

กล่องใหม่จะมาเดือนธันวาคม จะรับพนักงาน 18 คน ออกตลาด 9 ทีม ไปออกโรดโชว์ เอากล่องไปขายด้วย จะขนพิธีกร ดาราดังๆ จะมาช่วยกันตอนทำโรดโชว์ ถือว่ากล่องแจกฟรี จ่ายค่ามัดจำ 100 เหรียญ ถ้าเอากล่องมาคืน จะเก็บค่าเปิดกล่อง 30 เหรียญ คืน  70 เหรียญ ค่าสมาชิกปีละประมาณ 150 เหรียญ ดูได้หมดทุกช่อง

ตอนนี้หันจานไปก็ดูได้ สิบกว่าช่อง วันที่ 1 ธันวา เอากล่องใหม่มาเสียบ ดูได้ 50 กว่าช่องทันที แต่กล่องเก่าจะดูไม่ได้ เพราะกล่องคนละระบบ

พรรทิภากล่าวอีกว่า ที่ช่อง 7 ยังไม่มา เพราะมีปัญหากับทางไอพีทีวี ฟ้องร้องที่นี่ และเมืองไทยด้วย คดีเมืองไทยยังไม่จบ เราไม่อยากเข้าไปชุลมุน เดี๋ยวถูกลูกหลงด้วย ถึงจะโอเค รู้จักกับหนึ่งดี ขนาดไม่ยุ่งยังโดนลูกหลงเลย ไปยุ่งด้วยเดี๋ยวเขาจะโกรธเรา คนรักๆ กัน เราต้องระวังมาก โตมาถึงวันนี้ มีธุรกิจที่มั่นคงแล้ว เราไม่ทำธุรกิจอะไรที่สุ่มเสี่ยงหรอก เราได้ลิขสิทธิ์จากทุกช่อง มีจดหมายเรียบร้อย มีพยานทุกอย่าง

ที่ไม่ใช่ดาวเทียมดวงที่เขาใช้กัน เพราะเหลือทรานสปอนเดอ่ร์น้อยมาก ช่องมีนิดเดยวไม่พอสำหรับเรา เราจะขึ้น 40-50 ช่อง ถ้าสำเร็จมาก จะมีถึง 80 ช่องด้วยซ้ำไป ตอนนี้มีเกือบ 300 ช่อง แต่เป็นช่องช็อปปิ้งและช่องพระเยอะมาก คนที่สมัครขายกล่อง ค่าเปิดกล่อง 30 เหรียญ ให้เลย 20 เหรียญ เราเก็บแค่ 10 เหรียญ จะได้ช่วยกัน ให้มีอายบอลเยอะๆ

ช่องที่เป็นหัวกะทิ  ช่อง 3 -5 คิดว่าเราจะต้องทำดีเลย์ เพราะหลายคนอยากดูละคร แต่ไม่ได้ดูเพราะไพรไทมส์ของเขา ไปตกตอนเรานอนหลับ ก็คิดว่าต้องเบิลช่องสามเป็นสองช่อง ช่องหนึ่งเป็นไลฟ์ คุณจะได้ดูสรยุทธตอนเย็น เพราะเช้าเขาเป็นเย็นเราที่นี่ ช่องสามเป็นละคร เราก็ได้ดูสองช่อง

ช่องห้าก็เหมือนกัน ละครเอ็กเซ็ก คนติดกันมากเลย จะได้ดูละครเพราะไม่ใช่เวลานอนของเรา ละครที่ดี ต้นทุน 7 แสนถึง ล้านสอง ต่อตอน เป็นละครช่วงค่ำ คือสองทุ่มของเมืองไทย ตรงกับหกโมงเช้าของเราที่นี่ ยังไม่ตื่น ก็จะดีเลย์ให้ทั้งไลฟ์และดีเลย์คู่กัน มีผังโปรแกรม กดดูได้ ใช้คอมฯ คุมหมด

ที่นี่มีพนักงานไม่กี่คน ดูแลเรื่องขาย เรื่องเฝ้าการออกอากาศ ทีมงานด้านอื่นๆ เทคนิค ฯลฯ อยู่เมืองไทย สำนักงานอยู่ที่ลาดพร้าว 101 (ทีวีพูลเมืองไทย) มีคนรับสาย 24 ชั่วโมง ถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 1-800-921-2595, 415-449-8751,  TV Pool Mailing Address 5419 Hollywood Blvd. Ste. C730 Hollywood CA 90027เว็ปไซต์ tvpoolus.com  อีเมล info@tvpoolus.com